ใครที่คิดที่จะไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น สิ่งที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ วีซ่า
สำหรับการขอนั้น ไม่ยากลำบากอย่างที่คิด สิ่งที่ต้องเตรียมคือ
1.หนังสือเดินทาง ซึ่งใครยังไม่มีสามารถไปขอทำได้ที่ สนง.หนังสือเดินทาง ในกรุงเทพรู้สึกว่าจะมีอยู่
สองแห่ง คือ ใกล้ๆกับ เซ็นทรัลบางนา และ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า
2.หนังสือรับรองการทำงาน ออกเป็นภาษาอังกฤษ ระบุ ชื่อ ตำแหน่ง เงินเดือน วันที่เริ่มทำงาน และระยะเวลาวันที่ลาพักผ่อน (หาตัวอย่างได้ตาม internet เลยครับ)
3.รูปถ่ายขนาด 2*2 นิ้ว ถ้าไปตามร้านถ่ายรูป บอกเค้าว่าจะเอาไปทำ วีซ่า เพราะรูปขนาดนี้ จะเห็นหน้าได้ชัดเจนมากกว่า 2นิ้ว ปกติ พื้นหลังสีอ่อนหรือสีขาว (ไม่มีการตกแต่งรูปถ่าย) (ผมไปถ่ายที่ร้านที่เค้าชอบไปถ่ายแบบเป็นเซตกันอ่ะครับ ถ่ายรูปเสร็จลืมบอกเค้าว่าอย่าแต่งให้ขาวหน้าใสเหมือนตามโฆษณายาแต้มสิว หน้าขาว แต่ไม่ทัน)
4.สำเนาทะเบียนบ้าน ตัวจริง พร้อมสำเนา (ถ่ายเลขบ้านกับหน้าที่มีชื่อเราอยู่)
5.หลักฐานทางการเงิน เช่น สมุดบัญชีเล่มที่เงินเดือนเข้าทุกๆเดือน หรือ พวกบัญชีเงินเก็บของเรา ถ้าใครไม่นิยมฝากเงินไว้กับธนาคาร แต่เป็นพวกสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งหลายก็ใช้ได้ครับ นำไปด้วย(ถ่ายเอกสารทุกหน้า ที่มีการทำรายการ )
6.ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยนและเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรก) ให้นำไปด้วยพร้อมสำเนา
7.อื่นๆ เช่น ทะเบียนสมรส หรืออื่นๆที่คิดว่าจำเป็นที่แสดงยืนยันสถานะต่างๆของเรา
( สำเนาทุกฉบับ ไม่ต้องเซนต์รับรองสำเนานะครับ )
*รายละเอียดแบบเต็มๆให้ลองเข้าไปดูที่ เวปของสถานทูตนะครับ*
วิธีการยื่นคำร้องขอวีซ่า
ให้ไปยื่นที่ สถานทูตญี่ปุ่นมีที่ เชียงใหม่ และ กรุงเทพ (ผมไปที่กรุงเทพ) ตั้งอยู่ติดกับสวนลุมไนท์บาร์ซ่าร์ อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ สวนลุมพินี ถ้ามารถไฟใต้ดินให้ลงที่ สถานีสวนลุม ออกทางออกที่ 3 ส่วน BTS ใกล้ที่สุดคือลงสถานี สีลม (เค้าเรียกว่าสถานีอะไรผมก็จำไม่ได้แล้ว) แล้วต่อรถไฟใต้ดินจะสะดวก ส่วนรถเมล์ที่ผ่านก็ ..... จำไม่ได้แล้วครับ แต่มีผ่านน่นอน .....
สถานทูตเค้าจะรับคำร้องขอวีซ่า เวลา 08.30 - 11.45 อย่าไปใกล้ๆเวลาเลิกช่วงเช้านะครับ เพราะวันที่ผมไป รู้สึกว่าราวๆ 11.30 เค้าจะไม่ให้เข้าไปขอแล้วถ้ามีคนเยอะๆ
ส่วนในวันที่ไปรับ หนังสือเดินทาง เค้าจะนัดไปในช่วงบ่ายอย่างเร็วสองวันทำการ เวลา 13.30 - 16.00
ส่วนการกรอกเอกสารคำร้อง สามารถขอเอกสารได้ที่ สถานทูตเลย และ มีตัวอย่างการกรอกให้ดูด้วย ให้เขียนหรือพิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เท่านั้น(ระวังหน่อยนะครับ) และ แบบสอบถามอีกหนึ่งแผ่น รวมต้องกรอกทั้งหมดสองแผ่น หลังจากนั้นให้ไปกดบัตรคิวโดยจะแบ่งเป็น 3 แบบคือ A คือ ยื่นคำร้องขอ วีซ่า B คือ รับเล่มหนังสือเดินทางคือ (ให้ใช้กันตอนบ่าย) C คือ ปรึกษาเกี่ยวกับวีซ่า หลังจากที่ถึงคิวแล้วให้ ยื่นเอกสารทั้งหมดพร้อมสำเนาและบัตรคิว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารฉบับจริง และที่ไม่ได้ใช้ทั้งหมด และให้รอนั่งเรียกเพื่อรอรับบัตรรับใบนัด หรือ สัมภาษณ์อะไรก็แล้วแต่
ผมไปยื่นขอวีซ่าวันพุธโดยเตรียมเอกสาร ทั้งหมดตั้งแต่ข้อ 1-6 (อันที่ 7ไม่มีอ่ะ)พอในระหว่างที่เค้าตรวจเอกสาร เค้าจะถามอย่างของผม เค้าถามว่า มีหนังสือเดินทางกี่เล่ม ไปญี่ปุ่นครั้งแรกหรอ จบ. แค่นั้นจริงๆระหว่างนั้นเค้าจะตรวจเอกสาร ดูชื่อ แล้วก็ตรงจุดประสงค์นี่แหละ ผมเขียนว่า TRAVEL TO TOKYO and SEE MM CONCERT และตรง and เขียนตัวเล็ก แล้วแก้เขียนทับเป็นตัวใหญ่ เค้าวงกลมเลย ใจหายวาบ เพราะเห็นเค้าขีดถูกตลอดๆๆๆ หลังจากนั้นเค้าจึงคืนเอกสารตัวจริงมาให้ และให้นั่งรอฟังเรียกรับใบนัด (แนะนำให้ไปนั่งข้างนอกนะครับ เพราะลำโพงข้างเสียงดังกว่า แต่ข้างนอกมันไม่มีแอร์)หลังจากที่รับใบนัดแล้ว เค้าจะบอกว่าให้เตรียมเงิน 900 ให้พอดีด้วยในวันรับสมุด(อีก 2 วันถัดไป)
..........ในระหว่างที่รอ ผมค่อนข้างกังวลเป็นพิเศษเพราะ เงินเดือน ในหนังสือรับรอง กับที่เข้าจริงมันไม่เท่ากัน และมันก็เข้าแค่ ไม่กี่พัน ย้ำๆๆๆ ไม่กี่พัน กับ สมุดของสหกรณ์ออมทรัพย์ สมุดสองเล่มรวมกันมีเงินประมาณ ห้าหมื่นกว่าบาท เคยได้ยินว่า เวลาไปขอเค้าให้มีเงินกัน หกถึงเจ็ดหลักขึ้นไป กรรม... เก็บมา สองปีกว่าเก็บได้แค่เนี๊ย (เอาไงฟระ) .... หลังจากนั้นก็รอโทรศัพท์สถานทูตโทรมาถาม แบบสัมภาษณ์ว่าเราทำงานที่นี่จริงมั้ย รอๆๆๆ แต่ก็ไม่โทรมา เอาล่ะเว้ยสงสัยจะแห้ววววววเด๊กๆๆ นึกในใจ
........... ในที่สุดก็ถึงวันที่ ไปรับสมุดในวันศุกร์ ตอนไปถึงสถานทูต กังวลสุดๆว่าไม่ได้แน่ตรู แต่ก็นึกในใจเอาวะ ตูทำดีที่สุดแล้ว ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อีก หกเดือนค่อยหน้าด้านมาขอใหม่ก็ได้ ....
.......ในที่สุดก็ถึงคิวเรียก เค้าจะเรียกทีละ สิบคน ไปยืนต่อแถวกัน ผมยืนคนสุดท้ายเลย 555 หลังจากที่ยื่นใบนัดและบัตรคิวแล้ว เค้าจะคืน หนังสือเดินทาง เราก็จ่ายเงินไปเค้าก็จะให้ใบเสร็จรับเงินเป็นภาษาญี่ปุ่น ต่อจากนั้นก็เดินออกมาเลย ไม่กล้าเปิดข้างในกลัวออกอาการคุ้มคลั่งฟูมฟาย พอตั้งสติได้ ทำไมตูไม่เปิดดูตรงเคาร์ทเตอร์ฟระ เผื่อจนท.หยิบเล่มของคนอื่นมาให้ หลังจากที่เปิดหน้าแรกไม่มี หน้าสองไม่มี หน้าสามไม่มี เฮ้ย ซวยแล้ว พอเปิดไปหน้าที่ สี่ ..... เฮ้ยทำไมมันเหมือนหน้าแรกของหนังสือเดินทางเลยวะ แต่ข้างบนมันเขียนว่า JAPAN VISA..... 90 วัน คือระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ได้ น้ำตาจะไหล ขอไปแน่ 8 วันได้มา 15 ก็ดีใจแล้ว ให้ตั้ง 90 วันเลยหรอ ....
*โดยส่วนตัวผมคิดว่าหลักการในการพิจรณาวีซ่าเค้าหน้าจะคำนึงถึงการเข้าและออกประเทศ
หมายความว่าเป็นเป็นไปได้ที่เราจะเข้าไปแล้วออกมาแน่นอน โดยไม่ลักลอบหลบหนีเข้าไปหางานทำอย่างผิดกฎหมาย ส่วนเรื่องเงินนั้ผมคิดว่าเค้าไม่ค่อยใส่ใจมากเท่าไรนัก ส่วนคนรับรองหรือสนับสนุนนั้นคิดว่าต้องแน่นด้วยครับ จะได้ผ่านง่ายๆ
อ่ะ ได้เห็นหน้าโอปอลแร้น 555555+
ReplyDeleteขอบคุณค่ะ ได้อ่านแบบนี้ก็ใจชื้นค่ะ
ReplyDelete