ฝนโปรยปรายมาแต่เช้าตรู่ ขนาดของมันไม่ใหญ่ให้ชวนกลัวเปียกเท่าที่เมืองไทย
เหมือนกับว่าใครบางคนกำลังรีดผ้า เวลาของผมเหลืออีก สองวันหากไม่นับวันกลับ
วัด Asakusa ชื่อนี้ อาจจะคุ้นหูคนหลายๆคน เพราะเป็นที่ยอดนิยมสำหรับกรุ๊ปทัวร์
ที่อยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ ฉะนั้นที่ยอดนิยมอย่างนี้ไม่มาก็คงไม่ได้
ผมเลือกใช้การเดินเท้าจากสถานี Ueno ซึ่งถ้าหากนั่งรถไฟใต้ดินไปก็ถึงไม่ยาก
แต่ผมเลือกที่จะเดินไปเพื่อที่ขอมองและสำรวจทำความรู้จักกับสองข้างทาง
ซึ่งจะมีชื่อถนนและแผนที่บอกเป็นระยะ เดินไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็เจอเองครับ
ฝนตกตลอดทาง ถึงไม่หนักแต่ก็ทำใ้ห้เสื้อชื้นและหัวเปียกได้ แน่นอนครับ
แมนๆอย่างผมไม่ถือร่มหรอก ตัวเปียกนิดหน่อยเท่ห์จะตาย พระเอกมิวสิคเมืองไทยชอบ
ผมมาถึงที่วัด Asakusa ราวแปดโมง ที่นี่ดูเงียบเชียบ ร้านค้าที่อยู่สองข้างทางตลอดทางเข้า
ปิดตลอดฝั่ง เอ๋ ๆ รึว่าที่นี่เค้าหยุดที่วันเสาร์หว่า แล้วนี่ตรูจะซื้อของฝากที่ไหนล่ะเนี่ย แต่ช่าง
มันเถอะเดินเที่ยวก่อนดีกว่า ถนนทางเข้าทั้งเส้นแทบไม่มีคน ดังนี้ถ้าใครคิดจะถ่ายรูปเจ้าโคมไฟ
สีแดงล่ะก็ขอแนะนำให้มาเช้าๆนะครับ รับรองได้แต่ภาพโคมไฟ โดยที่ไม่มีคนอื่นแถมแน่นอนครับ
แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ว Asakusa ไม่ใช่ชื่อวัดแห่งนี้หรอกนะครับ แต่ Asakusa คือชื่อศาลเจ้า
เล็กๆที่ตั้งอยู่ภายในวัดแห่งนี้ ซึ่งวัดแห่งนี้ชื่อจริงๆก็คือ วัด Senjori และวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่
กวนอิมตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่นเอาไว้ ถ้าใครศัทราเจ้าแม่กวนอิมเป็นพิเศษไม่น่าพลาดที่นี่
พอสายๆหน่อย เหมือนคนละโลก คนไม่รู้แห่มากไหนเยอะแยะมากมาย คนญี่ปุ่น นักท่องเที่ยว
ทั้งฝรั่ง และ คนไทย ถ้าที่นี่มีคนร้อยคน ผมคิดว่าน่าจะมีคนไทย อยู่ไม่ต่ำกว่า 10 คน ถ้าที่เมืองไทย
ผมแค่ว่าถ้าอากาศอย่างนี้ ฝนตกอย่างนี้เราคงจะไปเดินห้าง หรือไม่ก็นอนอยู่บ้านมากกว่าจริงมั้ย...
และในขณะที่ผมกำลังเลือกซื้อของที่ระลึกอยู่นั้น ก็มีภาษาที่คุ้นหูลอยกระทบ เป็นหญิงชายคนไทย
กำลังเลือกซื้อของอยู่เหมือนผม แต่เค้าคงดูไม่ออกหรอกว่าผมเป็นคนไทย เพราะตอนนั้นผมกำลัง
แกล้งทำหน้าให้คล้ายคนเกาหลีอยู่ " นี่เธอดูสิ ไม่เห็นจะสวยเลย แพงก็แพง บ้านเรายังสวยกว่า "
" อย่าซื้อไปเยอะนะ อันสองอันก็พอ " เหอๆๆ พวงกุญแจ อันละ 300 - 500 เยน ถึงมันอาจจะดูแพง
ถึงมันอาจจะไม่สวย ก็ซื้อไปฝากเถอะครับ จริงๆแล้วคนรับเค้าอาจจะไม่ดีใจที่ได้ของถูกหรือแพง
แต่ที่เค้าดีใจแน่ๆคือ คุณยังอุตส่าห์นึกถึงเค้าอยู่ แม้คุณจะมีความสุขอยู่ ดังนั้นอย่าตีค่าว่ามันแพงหรือถูก
เพราะน้ำใจไม่ควรถูกตีเป็นตัวเงิน อันนี้ผมนึกในใจไม่กล้าบอกเค้าไป เพราะตอนนี้ผมเป็นคนเกาหลีอยู่
การเลือกซื้อของฝากมันยากนะ โดยเฉพาะต้องคิดว่าเราต้องซื้อให้ใครบ้าง คนๆนี้เราอยากให้อะไรเค้า
และตอนนี้เงินเราเหลืออยู่เท่าไรหว่า T_T
โคมไฟสีแดงใหญ่ สัญลักษณ์ของวัด
Senjori
มีโคมไฟสีทองข้างๆด้วยนะ
บรรยากาศยามเช้าฝนตก เงียบมาก !!
วัดนนี้เป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม
อันนี้ต่างหาก ศาลเจ้า Asakusa อยู่
จริงๆแล้วภายในวัดนั่นแหละ
สองข้างทางเป็นร้านขายของ นี่ยังเช้าอยู่
สายๆนี่แทบไหล่ชนไหล่เลยครับ
มีนักเรียนมาทัศนศึกษาด้วย
นักเรียน ^_^
นี่ก็นักเรียน ^_^
เค้าแพ้คนในเครื่องแบบอ่า -*-
ไหว้พระให้กวักควันะธูปเข้าหาตัว
ขากลับผมก็เดินกลับจาก Asakusa มายัง Ueno ตอนนี้มันยังเย็นไม่มากนัก หลังจากที่หาข้าวกินแถวๆ
Ueno ที่เป็นร้านหยอดเหรียญเพราะไม่ต้องสั่งอาหาร 555 ความแตกจนได้ อุตส่าห์เนียนเป็นคนญี่ปุ่น
มาตลอด 10 กว่าวัน ความมาแตกตอนสั่ง ราเมน ยื่นบัตรรายการอาหารไป แล้วมานั่งรอที่โต๊ะ
เจ้าของร้านเค้าตะโกนถามมาว่า @#%!!*+ โซบะ มันคืออะไรหว่า เค้าถามใครหว่า 555 โดนตะโกน
ถามอยู่ สองสามครั้ง จนรู้แล้วว่า เอาเส้นโซบะ อ๊ะป่าว ผมก็ตอบง่ายๆสั้นๆ ว่าโซบะ พอเสร็จแล้วเค้า
จะมาวางที่ตรงเคาเตอร์ เราก็ไปหยิบถาดมาตั้งที่โต๊ะ แต่คราวนี้เจ้าของร้านเค้าแถมช้อนให้ 555 เค้า
คงดูออกว่ายูคงเป็นคนไทย เพราะคนญี่ปุ่นเวลาเค้ากินพวก ราเมน ข้าว เค้าจะไม่ใช้ช้อนกันแต่จะใช้
ช้อนก็ต่อเมื่อ กินข้าวแกงกระหรี่ ( เมื่อเช้าสั่งข้าวหมูทอดก็ไม่แถมช้อน ) แล้วก็บอกว่า water รู้แล้ว
ค่ะเมื่อเช้าเค้าก็มา -_-!
ผมชอบอัธยาศัยของ ร้านค้า พนักงาน หรือทุกสิ่งเกี่ยวกับการบริการของที่นี่ มันช่างแตกต่างจาก
ที่เมืองไทย ที่ๆเราพยายามขายคำว่าการบริการเป็นอุตสาหกรรมอันดับต้นๆของประเทศ แต่ในความ
เป็นจริงแล้ว คุณภาพของการบริการในประเทศไทยนั้นขึ้นอยู่กับ เชื้อชาติ การแต่งตัว และความสามารถ
ในการจ่าย ( Tip ) ของผู้รับบริการ รณรงค์กันเข้าไป ถ้าเรายังแก้นิสัยนี้ไม่ได้ ที่ปลูกฝั่งกันมาจนเป็น
วัฒนธรรมไปแล้วที่ให้ ดูคนจากภายนอก เศร้าใจจริงๆครับ ...
จาก Ueno ไปยัง Akihabara ห่างออกไป สองป้ายรถไฟ ท้องอิ่ม แรงมี ก็เดินไปซิครับ เดินตามราง
รถไฟฟ้าไปเรื่อยๆ ที่นี่คนญี่ปุ่นใช้พื้นที่กันคุ้มมาก ใต้รางรถไฟคุณอาจจะเห็นร้านขายดอกไม้
ร้านอาหารหรู ที่จอดรถเสียตังค์ หรืออะไรต่างๆ ที่สามารถจะยัดลงไปได้ในพื้นที่ว่างๆ
ผมเดินมาถึงเมื่อไรไม่รู้ แต่ที่รู้ๆผมน่าจะเดินมาถึงย่าน Akahabara แล้วล่ะ เพราะดูจาก สภาพแวดล้อม
รอบตัวๆมันบอกอย่างนั้น ตึกแถวเรียงกันเป็นตับ ถูกแบ่งเป็นชั้นๆเพื่อขายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
ถ้านึกไม่นอกมันน่าจะเหมือน ตึกแถว บริเวณบ้านหม้อ บวกกับของขาย แถวๆ คลองถม สะพานเหล็ก
บ้านหม้อ และพันทิพย์ เอามารวมๆๆๆ กันไว้ที่เดียว คือ Akihabara ของที่นี่ไม่ได้ถูกกว่าที่อื่นนัก
ไม่ว่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ราคาถูกกว่าที่พันทิพย์ไม่มากนัก ทั้งมือหนึ่งหรือสอง และถ้าคิดจะมาคอม
พิวเตอร์ notebook มือหนึ่ง มือสองที่นี่ล่ะก็ ขอให้คุณเดินกลับไปที่พันทิพย์จะดีกว่า
แต่ถ้าคุณจะมาหาเครื่องเล่นเกมส์ อุปกรณ์เสริม แผ่นเกมส์ ทั้งปกติและแนว H Game ( เยอะมากกก)
ผมขอเดิมพันด้วย DVD Tokyo Hot ที่มีอยู่เลยว่าที่นี่มีแต่ของแท้ ทั้งนั้น
ซึ่งของที่ผมคิดว่าน่าที่จะมาซื้อที่นี่ น่าจะเป็นพวกกล้องถ่ายรูป mp3 เกมส์ พวกนี้ราคาจะถูกกว่าที่
เมืองไทยเยอะมาก และถ้าเป็นสินค้ามือสองประเภทนี้ยิ่งถูกหนักเข้าไปใหญ่เลย...
ระหว่างที่ผมเดินเล่นๆไปเรื่อยๆอยู่นั้น สายตาผมก็หันไปเห็น ท่อนขาตุ๊กตาเป่าลม
ใส่กระโปรงนักเรียนห้อยอยู่บนที่สูง ข้างหน้าร้านมีชุดนักเรียน ชุดเมด ชุดพยาบาล ที่นี่เป็นร้านขายของ
คอสเพลหรอ ..... ไม่ใช่ที่นี่คือร้าน Sex Shop ขนาด 5 ชั้น หนึ่งคูหา ไม่ๆๆๆๆๆ ผิดกฏหมายไม่เอานา
ผมเดินรีบออกมา ได้สามก้าว เฮ้ยที่นี่ ญี่ปุ่นนี่หว่า ไม่ผิดกฏหมาย ใหนๆก็มาถึงขอเข้าไปดูหน่อยเถอะฟะ
เหอๆๆ ใครอ่านถึงตอนนี้อาจจะหาว่าผมทะลึ่งรึเปล่า ครับ ผมทะลึ่งถ้าคิดเป็นแบบคนไทย
แต่ที่นี่ญี่ปุ่น ที่ร้าน Sex Shop เปิดกันอย่างเสรี หนังโป๊บางเรื่องยอดขายมากกว่าศิลปินเพลง
หนังสือโป๊หาได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ บุหรี่หาง่ายเหมือนน้ำดื่มหยอดเหรียญ เช่นเดียวกับ Beer
เมืองที่เต็มไปด้วยอบายมุขขนาดนี้ กลับมีคดีทำร้ายร่างกายผู้หญิง ละเมิดทางเพศอย่างรุนแรงน้อยมาก
ต่อๆ ที่ร้าน Sex Shop ร้านนี้ชื่อว่าร้าน Love Mercy มีห้าชั้น ชั้นหนึ่งขาย เสื้อผ้าแบบนี้ Cosplay
ชั้นที่สอง สำหรับคุณผู้หญิง ชั้นสามสำหรับคุณผู้ชาย ชั้นที่สี่ขายหนังสือ ชั้นที่ห้า ขาย CD-DVD ครับ
ที่นี่ก้เหมือนร้านขายของปกติ มีคนเข้าออกแทบตลอดเวลา พนักงานหนุ่มหน้าตาดีเลิกงานก็มาซื้อกลับบ้าน
ซื้อของกันเป้นปกติ เหมือนซื้อมาม่าจาก 7-11 ผมว่านี่แหละอาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่
ทำให้การละเมิดทางเพศรุนแรงมีน้อย (ใครอยากถามอะไรหลังไมค์ครับ)
ถ้าใครซื้อของจากร้านนี้กลับเมืองไทยระวังหน่อยนะครับ ถ้าถูก ตม.เมืองไทยจับได้ล่ะก็ เน่าแน่ครับ
เพราะมันเป็นผิดสิ่งกฏหมายห้ามนำเข้าราชอณาจักรนะ (ถ้าไม่โดนตรวจก็ไม่เป็นไรครับ
เพราะเค้าสุ่มตรวจ) -_-!!
ได้เวลากลับผมก็ต้องกลับ และก็ต้องกลับไปที่ๆเก่า กลับไปหาเพื่อน เพื่อนที่ไม่มีบ้านและผมจะไม่
มีบ้านอีกแค่ 2 คืนเท่านั้น ผมก็จะกลับไปหาบ้านและครอบครัวของผมแล้ว....
แต่ว่าคืนนี้มันยังไม่จบง่ายเหมือนทุกคืนสิครับ เพราะเดินตากฝนมาทั้งวัน ถุงนอนมันเปียก
รองเท้าเปียก ถึงเท้าเปียก กระเป๋าชื้น เฮ้อๆๆ จะกลับอยู่แล้วอ่ะ ยังโดนเรื่องอย่างนี้อีก ไม่น่าทำแท่ห์
เป็นพระเอก MV เลยตรู ที่นี่ญี่ปุ่น ไม่ใช่เมืองไทย ไฟไหนมาไหน ถือร่มจะเทห์กว่านะ
คืนนี้หนาวๆๆๆๆ มาก อาจเพราะกลางคืนฝนก็ตกหนักด้วย อากาศยิ่งหนาวเข้าไปใหญ่
เฮ้อๆๆ เมื่อไรจะเช้าซักทีฟระเนี่ย หนาว!!!!!!!
ปล.วิธีการไหว้ระนั้น ผมได้(แอบ)เรียนรู้มาจากกรุ๊ปทัวร์ไทยวันนั้น
ก็ขอขอบคุณไว้ที่นี่ด้วยนะครับ ว่า ก่อนไหว้พระให้ล้างมือก่อนด้วย
น้ำที่อยู่ในอ่างใกล้ๆกัน( อ่างมีทุกที่ๆมีวัดหรือ ศาลเจ้า )ให้ใช้กระบวยน้ำ
เพื่อล้างมือ ล้างหน้า เพื่อล้างความสกปรก ก่อนที่จะไหว้พระ
และก็ตอนไหว้พระ ถ้ามีการใช้ธูปจะมีกระถางธูป
เวลาเอาธูปไปปักที่กระถางแล้ว ก็ให้เอามือกวักควันธูปเข้าหาตัว
เป็นอันเสร็จพิธีครับ ...
ในที่สุดก็มาอัพต่อ สงสัยเพราะไม่มีใครกวนละ ฮะๆ
ReplyDeleteง่ะ ถุงนอนเปียกแล้วนอนยังไงคะนั่น
เรื่องของฝากนี่ก็เป็นอะไรที่พูดยากเหมือนกัน
ทางที่ดีที่สำคัญคือเงินในกระเป๋านี่แหละ บางทีถ้ามันแพงไปเราก้อไม่มีเงินพอไงคะ
ไม่งั้นคงได้ไปเก็บดอกไม้ใบหญ้าไปฝากแทน งิงิ
ป.ล. สนุกมากค่ะ จะติดตามตอนต่อไป...