Monday, May 26, 2008

ละลึกความหลังครั้งไปญี่ปุ่น ตอนแรก ... เรามาเตรียมตัวกันเถอะ

ไม่น่าเชื่อว่าผมกลับมาจากญี่ปุ่นได้ สองสัปดาห์แล้ว มันดูเหมือนว่าเพิ่งผ่านไปได้แค่ไม่กี่วัน ผมใช้เวลาในการรอคอยให้ถึงวันนั้น ประมาณ 2 ปี และใช้เวลาอยู่ที่นั่น 15 วัน ซึ่งบางเวลา แต่ละนาทีมันก็ดูผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ในบางนาทีก็เหมือนราวกับว่าผ่านไปเป็นเพียงวินาทีเท่านั้น การเดินทางไปครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของชีวิตที่เดินทางไกล มากกว่า 700 km.  การเดินทางครั้งนี้ให้อะไรที่มากมายกว่าที่เคยคิดเอาไว้ การเดินทางครั้งนี้ทำให้ผมเข้าใจอะไรบางอย่าง และก็ทำให้ไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง การเดินทางครั้งนี้ทำให้ผมมองโลกบางจุดได้ดีขึ้น และก็ทำให้สายตาของผมมองบางอย่างได้แคบลง ทำให้ผมดูเหมือนจะเข้าใจตัวมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน .... ไม่อยากลองออกไปหาสิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์ กันหน่อยหรอครับ

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนการเดินทาง 
  วีซ่า เงิน สัมภาระ ตั๋วเครื่องบิน ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวและแผนการเดินทาง สิ่งเหล่านี้ล้วนจำเป็นต่อการเดินทางทั้งนั้น ขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปซักอย่างหนึ่งก็อาจจะทำให้ไม่ถึง ญี่ปุ่นได้
 
วีซ่า  ได้มาจาก blog ที่แล้วไม่ขอพูดถึง
 
เงิน ผมเตรียมเงินสดไป 64000 เยน เพราะหลังจากการคำนวนและวางแผนการเดินทางทั้งหมด น่าจะอยู่ที่ราวๆนี้ และเพื่อความไม่ประมาท ก็ไม่ลืมที่จะ พกบัตร ATM ติดตัวไปด้วยอีกราวๆ 44000 เยน (13000 บาท) ส่วนการแลกเงินแนะนำให้แลกจากบ้านเราไปจะดีกว่า เพราะ ธนาคารที่นู้นกด เรทเราต่ำมากๆ
อย่างที่ผมไปแลกแถวๆ Central World (ร้าน Super Rich เขียวๆ) ซื้อเข้าขายออกราวๆ 30 บาทกว่าๆ/100 เยน เรทซื้อเข้าขายออกต่างกันไม่กี่สิบสตางค์ แต่ที่ธนาคารญี่ปุ่น เค้าขายเราประมาณ 37 บาท/100 เยน ซื้อคืนก็ 28 บาท / 100 เยน ฉะนั้นขอฟันธงไว้เลยว่าแลกเมืองไทยดีที่สุดจริงๆนะ  
  
   สัมภาระ (สำ-ภาระจริงๆ) การเดินทางคราวนี้เป็นแบบ Backpack ทำให้ต้องคำนึงถึง น้ำหนักของสิ่งของที่ต้องแบกอยู่บนหลังแทบตลอดเวลาและมันจะมีความแปรผันกับความสุขในการเดินทาง(ด้วยเท้าเป็นอย่างมาก) ซึ่งการเลือกลักษณะของกระเป๋าก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก ผมหาข้อมูลของลักษณะ Backpack ที่ดีและก็ไปหาซ์อมาเป็นแบบ มือ 2 ใบละ 500 บาทแถวๆคลองถมซึ่งผมว่าราคามันก็ไม่ถูกและก็ไม่แพงจนเกิน ใบไม่ใหญ่และก็ไม่เล็กจนเกินไป ซึ่งขนาดก็ตามแต่คนใช้จะชอบ
   ส่วนสิ่งของที่เอาไปก็เลือกเอาแต่ที่จำเป็นจริง อย่างของที่ผมเอาไปก็มีแค่ ถุงนอน เสื้อกันหนาว เสื้อยืด 4 ตัว
กางเกงขาสั้นเอาไว้ใส่นอน กางเกงยืนส์ตัวที่ใส่ไป แล้วก็กางเกงที่ใส่ข้างในอันนี้ก็ไม่บอกว่าเอาไปกี่ตัว ผ้าเช็ดตัวของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นอีกเล็กนน้อย ยาจำพวกยาแก้ปวด แก้ไข้ ยาทา ยาแก้ท้องเสีย ยาพวกนี้ขาดไม่ได้จริงๆ อย่าลืมนะครับ แล้วก็มีของกินอีกนิดหน่อย พวกขนมของขบเคี้ยวต่างๆ(ก็ไม่นิดหน่อยนะที่ผมเอาไป)
  
ข้อมูลการท่องเที่ยวและแผนการเดินทาง
อันนี้จัดเป็นข้อมูลที่สำคัญมากจริงๆครับสำหรับนักเดินทางท่องเที่ยวหน้าใหม่อย่างผม แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่า ญี่ปุ่นเราจะสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเทียวการเดินทางได้แทบทุกอย่างจริงๆ อย่างข้อมูลด้านการท่องเที่ยวผมก็หาข้อมูลหลักใน www.jnto.go.jp/eng หรือข้อมูลด้านที่พักราคาถูกๆ ก็หาได้จาก www.hostelworl.com หรือจะหาได้แม้แต่ตารางเดินรถไฟ ราคาค่ารถไฟ รถบัส หรืออื่นแทบทุกอย่างที่เราอยากจะรู้ ส่วนแผนการเดินทาง เราต้องวางแผนให้ดีๆ ต้องศึกษาช่วงเวลาวันหยุดต่างๆ วันสำคัญว่าช่วงเวลานั้นเค้ามีอะไรพิฌศษหรือเปล่า อย่างผมศึกษาทุกอย่างแต่ดันลืมศึกษาเรื่องวันหยุดของคนญี่ปุ่นทำให้ การเดินทางของผมไปชนกับช่วง Golden week ทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินและเวลาการเดินทางของผมคลาดเคลื่อน จากความตั้งใจแรก ที่จะไปแค่ 8 วันซึ่งมันจะทำให้ผมอย่างที่นู้นอย่าง ชิวชิว ทำให้ต้องขยายมาเป็น 15 วันอย่างหลีกเลื่ยงไม่ได้ เพราะอะไรน่ะหรอ ก็เพราะตั๋วเครื่องบินน่ะสิ
 
   ตั๋วเครื่องบิน
ตั๋วเครื่องบินที่จะไป ญี่ปุ่นมีอยู่ สองประเภทนะครับ คือ ประเภทบินตรง กะ บินไม่ตรง (อันนี้ไม่ใช่ครื่องบินบินเฉียงๆนะครับ) พวกที่บินตรงราคามักจะสูงกว่าของชาวบ้านทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสายการบินด้วย อย่างของ เจแปนแอร์ลาย หรือ ออลนิปปอนแอร์เวย์ สองสายการบินนี้ผมอยากนั่งมาก แต่ขอโทดครับราคาเป็นอะไรที่บีบหัวใจมาก ตกราวๆ 27000 บาท รองลงมาก็ของ สายการบินแห่งชาติของเราซึ่งเค้ารักคุณเท่าฟ้า ราคาก็น่ารักไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันตกราวๆ 24000 - 26000 บาท และก็ของ North West สายการบินนี้ก็บินตรง ราคาราวๆ 19000 กว่าบาท ความตั้งใจแรกของผม ก็คือ สายการบิน North West นี้แหละแต่ด้วยความติดช่วง Golden Week ทำให้ผมไม่สามารถหาตั๋วบินตรงทุกสายการบินได้ในราคาที่ไม่เกิน 23000 บาท(ตอนแรกตั้งไว้แค่ 20000 บาท) สายการบินไม่ตรง คือ สิ่งที่ผมคิดถึงในอันดับต่อมา คาร์เธย์ คือสายการบินที่มีราคาถูกที่สุดเท่าที่ผมหาได้ ตกราวๆ 18500 บาท ซึ่งมันก็ไม่เกินงบที่ตั้งไว้แถมเหลือเงินอีกนิดหน่อย เอาเงินเก็บไปซื้อของกินดีกว่า แต่ต้องแลกมาด้วย เวลาที่เพิ่มมาอีก 7 วันจากที่ตั้งไว้ เพราะว่ามันเป็นตั๋วที่มีเงื่อนไขว่าห้ามเดินทางช่วงไหน ก็ช่วง Golden week ไงทำให้ผมต้องเดินทางก่อนกำหนดการจริงๆ 3 วัน และกลับหลังกำหนดการอีก 4 วัน แต่ว่าเราต้องไปต่อเครื่องที่ Hongkong (ไม่เคยไปและก็ต้องจำใจไปด้วยความจำเป็น) ทุกสิ่งทุกอย่างตอนนั้นเหมือนจะผิดแผนทั้งหมดที่วางไว้ แต่ใครจะรู้ว่า บางสิ่งที่มันผิดไปจากที่เราคาดคิดไว้ มันอาจถูกเรียกว่า โชคชะตา ....

ปล.(ราคาตั๋วถ้าซื้อตามพวกตัวแทนจำหน่าย หรือ Agency จะมีราคาถูกว่าซื้อจากทางสายการบินเองนะครับ อย่างที่ผมดูมาก็มีที่ขายในเวป sanook ราคาจะถูกบ้างแพงบ้าง ส่วนผมก็ซื้อกับที่หลายๆคนคุ้นๆก็คือ kmt (ซึ่งราคาเค้าไม่ถือว่าถูกที่สุด แต่คอ่นข้าถูก เราสามารถเข้าไปจองออนไลน์ด้วยตัวเองได้ ทำให้สามรถกำหนดวันเดินทางว่าจะมีที่นั่งหรือไม่ พร้อมราคา ที่ต้องจ่ายรวมทั้งหมดจริงๆ)

รอต่อภาคสองนะจ๊ะ ....

7 comments:

  1. อ่านจบแย้วว

    รอภาค 2 หุหุ

    ReplyDelete
  2. รออ่านต่อนะค่ะ พี่โอปอล

    ReplyDelete
  3. รออ่านภาค 2 ด้วยคน อยากไปมั่งจังเลย
    ฟิตเก็บตังค์อยู่งับ

    ReplyDelete
  4. โอปอลคุงแอบไปเที่ยวหาหนุ่มๆ

    ReplyDelete
  5. มาม่าซังโอปอล

    ReplyDelete
  6. ใครไปเที่ยวหนุ่มๆ ใครมาม่าซังคะ

    ReplyDelete
  7. ขอบคุณที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ กำลังหาข้อมูลไปญี่ปุ่นพอดีเลยค่ะ

    ReplyDelete