ซู่ซ่าเหมือนช้างพ่นน้ำ แต่ก็ทำให้เปียกฝนได้เมื่อเดินตากฝนไปนานๆ
เช้านี้จัดว่าเป็นเช้าที่ไม่สดใสอีกหนึ่งวัน ผมต้องรีบออกมาจากศาลเจ้าก่อนที่เจ้าของเค้าจะตื่นออกมา
เจอ ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่สว่างมากนัก (ดูจากรูปของตอนที่แล้วเอานะครับ) และเมื่อเดินตากฝนนานๆเข้า
เราก็จะมักเกิดอาการปวดฉี่ได้ ผมก็ใช้เวลาเดินหาหักน้ำสาธารณะอีกพักใหญ่ และใกล้ๆกันก็มีอพา์ท์เม้น
ผมไปอาศัยนั่งอยู่หน้าลิฟ์ของรถเพื่อวางแผนการเดินทางในวันนี้ ด้วยเพื่อเป็นการฆ่าเวลาที่มีอยู่มากมาย
ให้หมดไปอย่างช้าๆ ผมเฝ้ามองดูคนเดินผ่านไปผ่านมา ผมมองเห็นคุณลุงคนหนึ่งเค้าเดินลากรถเข็นคันเล็กๆ
ค้นตามถังขยะ เพื่อหากระป๋องน้ำต่างๆที่เป็นที่นิยมมากที่นี่ สภาพผมตอนนี้ก็คงแทบไม่แตกต่าง
อะไรจากคุณลุงคนนั้นนัก ตอนนี้ผมเป็นคนที่ไม่มีบ้าน ตอนนี้ผมเป็นคนเดินทางที่มาใช้ชีวิตอีกด้านที่นี่
แต่ว่าการใช้ชีวิตของผมที่นี่มันมีวันสิ้นสุด แต่ว่าคนไม่มีบ้านที่นี่ ต้องใช้ชีวิตที่นี่ต่อไปเรื่อยๆ
ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า มันจะสิ้นสุดลงตอนไหน
อาหารเช้าของผมในวันนี้ก็แทบจะเหมือนทุกๆมื้อที่ผ่านมา ก็คือ ของที่เตรียมมาจากเมืองไทยอย่าง
เช่น พริงเกิล เลย์ ครีมโอ ถั่ว ทำให้หลายๆวันที่ผ่านผมเสียค่าข้าวไปเพียง 2 มื้อเท่านั้นรวมๆ 680 เยน
ผมใช้เวลาเดินเล่นอยู่ในชินจูกุพักใหญ่เพื่อรอเวลาเดินทางไปยังสถานที่ๆเรียกว่า Sun Plaza
จากสถานีรถไฟชินจูกุ ผมใช้เวลาเดินทางไป เพียงแค่ 10 กว่านาทีก็ถึง ซึ่งเจ้าตัว Sun Plaza
ซึ่งก็หาเจอได้ไม่ยากนัก ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากสถานนีรถไฟ และเมื่อผมเดินมาถึงที่นี่
ผมก็ต้องประหลาดใจ นิดหน่อยเมื่อเห็นคนจำนวนมากยืนรอเข้าแถวเพื่อทำอะไรบางอย่าง
ท่ามกลางสายฝน เฮ้ยประตูฮอลมันเปิดตอนบ่าย 1 ไม่ใช่หรอฟระ นี่ยังไม่เที่ยงเลยมายืนรอ
อะไรกันมากมาย นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากรู้ว่าเค้ามายืนเข้าแถวกันทำไม แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับผม
ตอนนี้คือหาที่พักซักหน่อย เพราะว่าตอนนี้ผมเริ่มที่จะเจ็บขาแล้ว อาจเป็นเพราะว่าตลอดหลายๆ
วันที่ผ่านมาผมอาจจะใช้งานมันมากเกินไป(นิดนึง) ผมเดินวนๆหาๆสวนสาธารณะซึ่งที่นี่ก็มีอยู่
หลายแห่งด้วยกัน ที่นี่เหมือนเป็นอีกเมืองหนึ่งดูพลุกพล่านในย่านชุมชน และดูสงบเยือกเย็น
ในย่านที่อยู่อาศัยซึ่งร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ศาลเจ้าต่าง และสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ห่างกันนัก
ผมนั่งรอเวลาไปเรื่อยๆ เพราะคอนรอบแรกจะเริ่มเวลาบ่ายสอง ส่วนรอบของผมนั้น
เริ่มตอน 1 ทุ่มตรง แต่ว่านั่งได้ไม่นานนักเพราะความตื่นเต้นอยากสัมผัสเร็วๆ เลยไปนั่งคอยตั้ง
แต่คอนรอบแรกยังไม่เริ่ม คนค่อยๆแห่ทยอยกันมา จนเต็มหน้าลาน ซันพลาซ่า มีการพูดคุยแลก
เปลี่ยนหรือแม้แต่ของที่ละลึกที่สะสมกัน นอกจากนี้ บรรดาแฟนคลับบางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเพลง
เพื่อซ้อมท่าเต้นก่อนที่คอน จะเริ่มด้วย นอกจากนนี้ยัง มีการขายของที่ละลึกที่ทำกันเองของบรรดาแฟน
คลับทั้งหลายเช่น รูปถ่าย สมุด เท่าที่ผมเห็น ใครเป็นแฟนคลับใคร และต้องการของที่ละลึกของ
สาวๆคนไหน ให้สังเกตุของคนรอบๆตัวจะมีป้ายรูป สาวๆคนนั้นห้อยคออยู่และถ้าใคร อยากไปหาของที่
ละลึกของสาวๆที่เป็น unofficecial ก็ให้ลองสอบถามคนเหล่านี้ดู (แต่ว่าภาษาญี่ปุ่นอาจจะต้องแน่นหน่อยนะครับ )
คอนเสริ์ตรอบแรกกำลังเล่นอยู่ พร้อมกับเสียงเพลงอึกทึกที่คุ้นหู เหล่าบรรดานางฟ้าของผมกำลัง
ขับขานเสียงเพลงแห่งสวรรค์อยู่ข้างบน ผมอยากให้ถึงเวลานั้นจริง ๆ ผมใช้เวลาเดินไปเดินมาเพื่อฆ่า
เวลาที่มันแสนนาน ตลอดสองชั่วโมงเต็ม แม่มม ทำไม 2 ชม.มันนานจังฟระ
หลังจากที่ผ่านการรอคอยมาตลอดสองชั่วโมง เต็มจนคนดูชุดแรกเดินออกมากัน สิ่งที่ผมเห็นกับตา
และก็ส้างความประหลาดใจแบบสุดๆก็คือ แต่ละคนยังกะไปตกน้ำมาที่ไหน เปียกโซกไปทั้งตัว แทบ
ทุกคน หรือข้างในอากาศมันจะร้อน(วะ)เพราะมันอยู่ใน ฮอลล์
และแล้วช่วงเวลา 30 นาทีสุดท้ายก่อนที่ประตูฮอลจะเปิด บรรดาคนดูรอบค่ำต่างก็มากันอย่างคับคั่ง
จนแทบเต็มลานหน้าลานซันพลาซ่าอีกครั้ง แต่ละคนก็มีวิธีการเตรียมตัวที่ต่างกันออกไป เช่น ตอน
มาใส่เสื้อปกติ พอคอนจะเริ่มก็เปลี่ยนเป็นเสื้อสีของสาวๆที่ตัวเองเป็นแฟนคลับอยู่ การซ้อมท่าเต้น
หรือแม้แต่การเตรียมน้ำดื่มเกลือแร่ขวดใหญ่นำเข้าไปด้วย ผมสงสัยในใจ เข้าไปดูคอนแค่แน้...
พวก ฟึงถึงขนาดกินน้ำเกลือแร่กันเลยหรอวะ และตอนนี้ผมสงสัยว่าอากาศมันเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ
ตัวผมเริ่มสั่นจากความหนาวของกาศภายนอก หรือว่าจากความตื่นเต้นจากภายใน ผมก็ไม่มั่นใจนัก
แต่ว่าพอยิ่งใกล้ๆเวลามันกลับยิ่งหนาวขึ้นๆทุกที ใกล้แล้วๆ ๆ ๆเว้ย....
ในที่สุดผมก็มานั่งอยู่ในฮอลแล้ว ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าที่ผมสั่นไม่ใช่เพราะว่าเป็นอากาศหนาวจากภายนอก
แต่ว่ามันเกิดจากความตื่นเต้นจากภายในต่างหาก ในที่สุดวันนี้ วันที่ผมอดทนรอมาตลอดเวลา 2 ปีในที่สุด
บรรยากาศในฮอลเท่าที่ผมดูส่วนใหญ่ร้อยละ 99 เป็นคนญี่ปุ่น เป็น พวกโอตากุ ราวๆ 60 เปอร์เซ็น เป็น
สาวๆซัก 15 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนธรรมดาซัก 24 เปอร์เซ็น ส่วนอีกเปอร์เซ็น น่าจะเป็น คนไทย กับฝรั่ง
2 คนที่ตั้งใจ(หลง)เข้ามา 555 เท่าที่สังเกตุดูก่อนเข้ามา มีพวกที่ดูรอบแรกแล้วเบิ้ลต่อรอบสองอีก หลาย
สิบคนเลยทีเดียว
มีคนเคยบอกว่า เวลาบนสวรรค์มันเร็วกว่าบนโลกมนุษย์ ตอนนี้ผมรู้เลยว่าเวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของผมตอนนี้ คือบรรดาเหล่านางฟ้า ที่กำลังร่ายเวทย์มนต์ให้คนที่อยู่ที่นี่มีความสุข
ผมอธิบายไม่ถูกจริงๆต้องลองมาสัมผัสเองถึงจะรู้แต่เท่าที่พอจะเล่าให้ฟังได้ก็คือ
1.ไอจังหน้าเด็กมากๆ
2.เรนะจังกับซายูจังแข่งกันขาวสุดๆ
3.ริสะจังน่ารักสุดๆ
4.คาแมะจังก็น่ารักสุดๆไม่แพ้กัน
5.คนข้างหน้าผมใส่เสื้อสีชมพูแสดงว่าเป็นแฟนคลับหนูกระต่าย
6.ไอจังเป็นคนที่มีแฟนคลับมากที่สุดในฮอล
7.คนที่รองลงมาน่าจะเป็น เอริ เรนะ และก็นู๋โค
8.ผมฟังช่วง MC ไม่ออกแล้วก็กดเลื่อนเทปเหมือนที่เคยทำไม่ได้
9.ทุกคนในฮอลไม่มีใครนั่งดูคอนเสริต์
10.ทุกคนในนี้ไม่มีใครร้องเพลงมอนิ่งได้เลย(ไม่เห็นมีใครร้องซักคน)
11.แต่ว่าทุกคนกลับเต้นได้ทุกเพลง(เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเต้นและก็ตะโกนรับส่งจังหวะ)
12.เพลงที่ผมมั่นใจที่สุดว่าเต้นได้เนียนมากสุดคือ Sexy Boy
เพลงที่ผมคิดว่าร้องได้เนียนที่สุดคือ Happy Summer Wedding
13.ผมพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ แต่ผมกลับร้องเพลงมอนิ่งได้ช๊าดชัด
14.สิ่งที่ขาดไม่ได้ตอนดูคอนก็คือ light Stick เอาไว้รัดข้อมือแล้วเอาไว้ชูมันจะสวย
และได้อารมณ์ร่วมมากๆๆ
15.เจ้าหน้าที่เค้าจะเดินดูเราตลอดคอน เดินไปเดินมา เพราะกลัวเราแอบถ่ายรูปหรือบันทึกภาพ
16.ตอนเริ่มคอนอากาศจะหนาว แต่พอผ่านไปซักพักเหงื่อจะแตกพลัก
17.ในตอนแรกคุณอาจจะมองเวทีชัดๆ แต่พอมาถึงเพลง Koko ni Iruzee! คนข้างหน้ามันจะโดดบังเรา
แล้วเราก็จะไปโดดบังคนอื่นต่อ
18.ผ่านมา 2 ชั่วโมงเหมือนผ่านไปแค่ 20 นาที
19.ตอนคอนจบน้ำตาผมจะไหล เพราะดีใจที่ได้มา
20.ผมอยากจะบอกว่าผมรักสาวๆมอนิ่งที่สุดเลย 555+
ปล.นึกมุกออกจะเอามาเติมอีกวันหลังนะครับ
ก็อย่างที่บอกๆกัน เวลาบนสวรรค์มันมักจะผ่านไปเร็วกว่าบนโลก ตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่บนโลกแห่ง
ความจริงอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้สติผมเหลือไม่ถึงสลึง ผมไม่ค่อยรู้สึกตัวเองเหมือนที่ผ่านๆมาๆ พูดง่ายๆให้
เข้าใจคือผมเบลอไปแล้ว ผมออกมานั่งมองดูบรรยากาศรอบๆตัวอีกครั้ง ทุกคนดูเหมือนมีความสุข
อย่างมากกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา แต่ผมกลับรู้สึกตรงข้าม ผมอิจฉาคนที่นี่ที่มีโอกาสดีๆอย่างนี้
ตลอดเวลา ที่มีโอกาสได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของมอนิ่งมูซูเมะ
ตอนนั้นผมคิดอะไรไม่ออก ผมนั่งมองคนรอบตัวต่างทยอยกลับออกไป จากฝูงชนจำนวนมากๆ
ค่อยๆสลายตัวไปอย่างช้าๆ ก็คงเหลือแต่เพียงบางกลุ่มเท่านั้น อย่างที่ผมเห็นก็เช่น เด็กๆกลุ่มนึง
มันเอาเสื้อ กับ ถุงเท้าที่ใส่เอาออกบิดน้ำออกมา แล้วก็ตรบมือชอบใจกัน และในกลุ่มนั้นมันก็มีเด็ก
แว่นอยู่คนหนึ่งสุดยอดมากๆด้วยการเอาเสื้อกับถุงเท้าออกมาบิด น้ำไหลออกมาออกอย่างกับเอาไปจุ่ม
น้ำในกาละมังมา ซึ่งสามารถร้องเรียกเสียงฮือฮาจากกลุ่มเพื่อนได้ความว่า @3#% ซึโกยยย !!!!
แต่สำหรับผมแล้วตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนมาถึงจุดสิ้นสุด ความรู้สึกเหมือนกับดอกไม้ไฟที่ถูก
จุดและแตกออกไปอย่างสวยงามตอนนี้ผมไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันจบสิ้นลงแล้ว
ผมอยากกลับบ้าน ทั้งๆที่ยังเหลือเวลาอีก 9 วัน ผมยอมแพ้ผมอยากจะโทรไปหาเพื่อนที่กรุงเทพ ว่า
" มึงเปลี่ยนตั๋วให้กูหน่อยวะ กูจะกลับบ้านพรุ่งนี้แล้ว กูไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว " แต่ในที่สุดก็ไม่ได้
โทรก็เพราะว่าที่นี่มัน สามทุ่มครึ่ง แต่ที่เมืองไทยก็ ห้าทุ่มครึ่งแล้วที่สำคัญ พรุ่งนี้มันวันอาทิตย์
Agency มันปิดเลยเปลี่ยนตั๋วไม่ได้
พอตั้งสติได้ผมก็เริ่มคิดได้ว่า ต้องหาอะไรใส่ท้องก่อน+คืนนี้ผมยังไม่มีที่นอนเลยนี่หว่า เอาวะยังไงก็ต้อง
กลับไปตั้งต้นที่ Shinjuku ก่อนเพื่อหาอะไรใสท้อง ผมกลับไปร้านเจ้าประจำ ผมสั่งแกงกะหรี่เพื่อหวังว่า
ความเผ็ดมันจะสามารถเรียกสติผมกลับมาได้ แต่ว่ามันก็ไม่ได้ผล ถึงแม้ว่าผมจะเอาพริกใส่เพิ่มลงไป
ความเผ็ดของมันก็ไม่มากกว่าความรู้สึกด้านชาที่มีอยู่ ต่อไปคือหาที่นอนผมเลือกที่จะเดินกลับไปยัง
บริเวณ สวนสาธารณะ โยโยกิ พาร์ค ที่เคยเป็นที่ตั้งของห้องพักสุดหรูบนเนินสี่แยกไฟแดงที่คุ้นเคย
ผมใช้เวลาเดินกลับออกไปร่วมราวๆ เกือบห้าสิบนาทีเพราะเดินหลงทางนิดหน่อย (ตกราวๆ 20 นาที)
ก็ถึงจุดหมายตอนนี้ฝนไม่ตกแต่ว่าพื้นดินมันก็ชื้นๆอยู่ เพราะว่าฝนเมื่อตอนราวๆบ่าย 3-4 โมงเย็น
ผมไม่สนใจอะไรอีกแล้ว พื้นจะเปียกจะชื้นก็ช่างตอนนี้ผมต้องการหนีจากเวลาอันแสนเศร้านี้ พรุ่งนี้
ผมจะกลับบ้าน ถึงแม้ว่าจะโดนประนามว่าไอ้ ขี้แพ้ก็ตามที....
ปล.จำเรื่องเสื้อแฟนคลับที่เอามาเปลี่ยนก่อนเข้าคอนได้มั้ยครับ คงรู้แล้วใช่ใหมว่า
ทำไมเค้าถึงไม่ใส่มาจากบ้าน
สุดยอดเลยครับ อ่านแล้วอยากไปมั่ง
ReplyDeleteเก็บตังจิครับ รับรองไปแล้วจะติดใจ ใช้เงินไม่มาก แต่ขอให้มีใจ ฮิ้วๆๆๆ
ReplyDelete