ผู้ชายคนนึงรับผู้ชายคนนึงที่ไม่รู้จักจากข้างทางป่าเขานั่งรถไปด้วยกัน คุณว่าผู้ชาย
คนนี้คิดอะไรกันอยู่ ...
คนนี้คิดอะไรกันอยู่ ...
น้องจะไปไหนอ่ะ นี่คือประโยคแรกที่เขาถามผมหลังจากที่รถจอดที่วัดแม่กลาง
อ๋อ ผมจะเดินขึ้นดอยอ่ะครับ แล้วพี่ล่ะครับ ผมถามตอบกลับไป
" อ๋อพี่ขายของอยู่ตรงนี้แหล่ะ คืนนี้ที่อำเภอมีงาน หมายถึงงานผ้าพ้นเมืองที่ผมพูดถึงเมื่อกี้
พี่ก็เลยมานอนที่นี่ ขี้เกียจกลับบ้าน แล้วน้องอ่ะจะนอนที่ไหน"
" ยังไม่รู้เลยครับ แถวนี้มีรีสอร์ทรึเปล่าครับ เห็นแถวๆนี้มีอยู่สองสามแห่ง "
อ๋อ ผมจะเดินขึ้นดอยอ่ะครับ แล้วพี่ล่ะครับ ผมถามตอบกลับไป
" อ๋อพี่ขายของอยู่ตรงนี้แหล่ะ คืนนี้ที่อำเภอมีงาน หมายถึงงานผ้าพ้นเมืองที่ผมพูดถึงเมื่อกี้
พี่ก็เลยมานอนที่นี่ ขี้เกียจกลับบ้าน แล้วน้องอ่ะจะนอนที่ไหน"
" ยังไม่รู้เลยครับ แถวนี้มีรีสอร์ทรึเปล่าครับ เห็นแถวๆนี้มีอยู่สองสามแห่ง "
" อ๋อตรงนั้น ตรงน้ำตกมีรีสอร์ทอยู่คืนละสี่ร้อยมั้ง "
" อ้าวแล้วปกติพี่จะนอนตรงไหนล่ะครับ "
" ตรงนั้นอ่ะ แล้วก็ชี้ไปที่ ศาลาที่ไม่มีกำแพงใกล้ๆกุฏิเจ้าอาวาส นอนกับพี่ก็ได้นะ "
" ไม่เป็นไรครับพี่ ผมมีเต้นท์มาด้วยถุงนอนผมก็มีมา "
" งั้นไปอาบน้ำกัน ดึกๆจะหนาว" เฮ้ยๆไรวะเนี่ย เพิ่งเจอกันเมื่อกี้ จะชวนไปอาบน้ำกัน
ถึงพี่จะดู...แต่ ผมไม่ไว้ใจพี่อ่ะ "ประโยคอันนี้ผมนึกในใจ "
..... หลังจากที่อาบน้ำเสร็จโดยสวัสดิภาพ และกางเต้นท์เสร็จโดยเรียบร้อย
ก็ได้เวลาหาข้อมูล ต่างๆ ( เดี๋ยวจะเอาไว้บอกตอนท้ายนะครับ) และหลังจากที่หาข้อมูล
ที่ต้องการเสร็จแล้วก็ถึงฉากนั้นแล้ว...
" อ้าวแล้วปกติพี่จะนอนตรงไหนล่ะครับ "
" ตรงนั้นอ่ะ แล้วก็ชี้ไปที่ ศาลาที่ไม่มีกำแพงใกล้ๆกุฏิเจ้าอาวาส นอนกับพี่ก็ได้นะ "
" ไม่เป็นไรครับพี่ ผมมีเต้นท์มาด้วยถุงนอนผมก็มีมา "
" งั้นไปอาบน้ำกัน ดึกๆจะหนาว" เฮ้ยๆไรวะเนี่ย เพิ่งเจอกันเมื่อกี้ จะชวนไปอาบน้ำกัน
ถึงพี่จะดู...แต่ ผมไม่ไว้ใจพี่อ่ะ "ประโยคอันนี้ผมนึกในใจ "
..... หลังจากที่อาบน้ำเสร็จโดยสวัสดิภาพ และกางเต้นท์เสร็จโดยเรียบร้อย
ก็ได้เวลาหาข้อมูล ต่างๆ ( เดี๋ยวจะเอาไว้บอกตอนท้ายนะครับ) และหลังจากที่หาข้อมูล
ที่ต้องการเสร็จแล้วก็ถึงฉากนั้นแล้ว...
อ๊ะๆๆ คิดไรอยู่ปล่าวเนี่ย สรุปเลยดีกว่านะ ปล่อยนานเดี๋ยวจะเลอะเทอะกันใหญ่ - -
พี่คนที่เค้ารับผมมาเค้าชื่อว่าพี่ ทองมั่น พี่เค้าเป็นคนสุรินทร์ แต่ว่าเพิ่งมาตั้งรกราก
ที่นี่ได้ราวๆ 5 ปี พี่เค้าเล่าว่าตอนแรกพี่ไม่ใช่พ่อค้าหรอกนะ พี่เค้าทำงานอยู่โรงงานยางรถยนต์แห่ง
หนึ่งที่แหลมฉบัง ได้เงินเดือน+สวัสดิการ ที่คิดว่าสบายในระดับหนึ่งทีเดียว พี่เค้าเล่าว่าเค้าเคย
มาเที่ยวที่นี่ เห็นพ่อค้าแม่ค้าที่นี่ดูมีความสุข สนุกในการขายของ และช่วงนั้นเค้าเบื่องานที่ทำงาน
เนื่องจากมันเป็นงานประจำซ้ำซาก พี่เค้าเลยตัดสินใจลาออกจากงาน ขายบ้านที่ซื้อไว้ที่แหลมฉบัง
หนีความเบื่อหน่ายของชีวิต ขึ้นมาวิ่งรถค้าขายของส่งในตลาดที่เชียงใหม่
ขับข้ามจังหวัดรายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ภายหลังๆจากที่มีปัญหาครอบครัว(ขออนุญาตไม่บอก)
พี่เค้าเลยตัดสินใจกลับมาที่ๆอยากอยู่อยากทำจริงๆ แม้ว่ามันรายได้จะไม่มากมาย
เท่าตอนวิ่งขายของส่งให้ตลาด หรือ งานจะสบายกาย +เงินมากพอ เท่าที่โรงงานยางรถยนต์แห่งนั้น
แต่พี่เค้าบอกว่าเค้าทำที่นี่มีความสุขมากกว่า ขายของได้แม้มันไม่มากมาย
รายได้ไม่แน่นอน แต่ทำแล้วสบายใจมีความสุข ไม่ต้องรวย ไม่ต้องมีมากขอแค่พอมีพอกินไปวันๆ
ก็พอแล้ว ผมเคยถามพี่เค้าว่าเสียดายมั้ยที่ลาออกจากงาน พี่เค้าก็ยอมรับนะว่าเสียดาย
แต่ผมสังเกตุดูว่าจริงๆแล้วพี่เค้าเสียดายแต่พี่เค้าไม่เสียใจหรอกที่ทำตามใจตัวเอง
คืนนั้นผมได้คุยอะไรมากมายกับพี่ทองมั่น ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากผู้ชายคนนั้น
ที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้มาเจอที่นี่ ผมได้รับน้ำใจจากผู้ชายแปลกหน้าคนนี้โดยไม่ต้องร้องขอ
จะมีซักกี่คนบนโลกกันนะที่เป็นแบบนี้ ... แบบพี่ทองมั่น
พี่คนที่เค้ารับผมมาเค้าชื่อว่าพี่ ทองมั่น พี่เค้าเป็นคนสุรินทร์ แต่ว่าเพิ่งมาตั้งรกราก
ที่นี่ได้ราวๆ 5 ปี พี่เค้าเล่าว่าตอนแรกพี่ไม่ใช่พ่อค้าหรอกนะ พี่เค้าทำงานอยู่โรงงานยางรถยนต์แห่ง
หนึ่งที่แหลมฉบัง ได้เงินเดือน+สวัสดิการ ที่คิดว่าสบายในระดับหนึ่งทีเดียว พี่เค้าเล่าว่าเค้าเคย
มาเที่ยวที่นี่ เห็นพ่อค้าแม่ค้าที่นี่ดูมีความสุข สนุกในการขายของ และช่วงนั้นเค้าเบื่องานที่ทำงาน
เนื่องจากมันเป็นงานประจำซ้ำซาก พี่เค้าเลยตัดสินใจลาออกจากงาน ขายบ้านที่ซื้อไว้ที่แหลมฉบัง
หนีความเบื่อหน่ายของชีวิต ขึ้นมาวิ่งรถค้าขายของส่งในตลาดที่เชียงใหม่
ขับข้ามจังหวัดรายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ภายหลังๆจากที่มีปัญหาครอบครัว(ขออนุญาตไม่บอก)
พี่เค้าเลยตัดสินใจกลับมาที่ๆอยากอยู่อยากทำจริงๆ แม้ว่ามันรายได้จะไม่มากมาย
เท่าตอนวิ่งขายของส่งให้ตลาด หรือ งานจะสบายกาย +เงินมากพอ เท่าที่โรงงานยางรถยนต์แห่งนั้น
แต่พี่เค้าบอกว่าเค้าทำที่นี่มีความสุขมากกว่า ขายของได้แม้มันไม่มากมาย
รายได้ไม่แน่นอน แต่ทำแล้วสบายใจมีความสุข ไม่ต้องรวย ไม่ต้องมีมากขอแค่พอมีพอกินไปวันๆ
ก็พอแล้ว ผมเคยถามพี่เค้าว่าเสียดายมั้ยที่ลาออกจากงาน พี่เค้าก็ยอมรับนะว่าเสียดาย
แต่ผมสังเกตุดูว่าจริงๆแล้วพี่เค้าเสียดายแต่พี่เค้าไม่เสียใจหรอกที่ทำตามใจตัวเอง
คืนนั้นผมได้คุยอะไรมากมายกับพี่ทองมั่น ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากผู้ชายคนนั้น
ที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้มาเจอที่นี่ ผมได้รับน้ำใจจากผู้ชายแปลกหน้าคนนี้โดยไม่ต้องร้องขอ
จะมีซักกี่คนบนโลกกันนะที่เป็นแบบนี้ ... แบบพี่ทองมั่น
ปล. ผมได้เรียนรู้ว่าบางทีบางเรื่องที่เราไม่อาจบอกใครได้ แต่บางทีการพูดคุยกับคน
ที่ไม่รู้จักดี อาจจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้
ปล.2 ผมได้คุยกับคนที่ขายของแถวๆนั้นเค้าเล่าให้ฟังว่าพี่ทองมั่นเป็นคนที่มีน้ำใจมากๆ อัธยาสัยดี
ทั้งที่พี่เค้าเพิ่งมาเริ่มขายของตรงนี้ได้แค่ไม่กี่เดือนแต่ก็เป็นที่รักของคนแถวนั้นจริงๆ
ปล.3 อันนี้เป็นข้อมูลทางด้านการท่องเที่ยวที่ผมได้มาจากพี่เค้า ซึ่งผมว่ามันเป็นข้อมูลที่มีค่า
และผมจะเอามาแบ่งปันดังนี้
- วัดแม่กลางเป็นวัดที่อยู่ตรงตีนทางขึ้นดอยอินทนนท์ ตรงนี้จะมีที่จอดรถขนาดใหญ่ มีร้านอาหาร
ห้องน้ำ ตลาดขายผักผลไม้ที่ละรึก และบางทีฤดูกาลเทศกาล ก็จะมีนักท่องเที่ยวมาขอนอนเป็น
ประจำ และที่นี่มี คิวรถสองแถวและรถตู้สำหรับเช่าเหมาขึ้นดอย โดยจะเสียค่าบริการดังนี้
ค่าเหมารถสองแถว จะอยู่ราวๆ 1300 บาทจะพาเที่ยว สถานที่สำคัญๆ
บนดอยราวๆ 3-4 ชม.ตาตกลงกัน ส่วนรถตู้ จะเสียค่าเช่าราวๆ 1700 บาท
- ในการขึ้นดอยถ้ามาคนเดียว ต้องการที่จะขึ้นไปบนยอดดอย พี่เค้าแนะนำว่าให้ไปที่ด่านเก็บเงิน
แล้วก็ให้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าอยากขึ้นไปดอย แล้วเจ้าหน้าที่เค้าจะคอยฝากเราไปกับรถนักท่องเที่ยว
โดยที่เราไม่ต้องออกแรงโบกรถเองเลยล่ะ
- บริเวณวัดแม่กลางมีน้ำตกด้วยนะ ชื่อน้ำตกแม่กลางซึ่งจะต้องเสียค่าเข้าประมาณ 20 บาทให้กับอุทยาน
แล้วก็ให้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าอยากขึ้นไปดอย แล้วเจ้าหน้าที่เค้าจะคอยฝากเราไปกับรถนักท่องเที่ยว
โดยที่เราไม่ต้องออกแรงโบกรถเองเลยล่ะ
- บริเวณวัดแม่กลางมีน้ำตกด้วยนะ ชื่อน้ำตกแม่กลางซึ่งจะต้องเสียค่าเข้าประมาณ 20 บาทให้กับอุทยาน
- ในการที่จะมา วัดแม่กลาง หรือด่านเก็บเงินด่านแรก นอกจากเราจะโบกรถเข้ามาได้แล้ว
เรายังสามารถเดินเข้ามาได้ด้วย - - อันนี้ล้อเล่นครับ
จริงๆแล้วเราสามารถขึ้นรถ สองแถวตรง วัดพระธาตุจอมทองซึ่งเป็นสีเหลือง
เหมือนกับรถสาย เชียงใหม่ - จอมทอง แต่ป้ายหน้ารถจะเขียน ว่า จอมทอง - แม่แจ่ม
ซึ่งการเดินทางไปแม่แจ่มจะต้องใช้เส้นทางนี้แล้ว สามารถเลือกลง
ตรงด่านเก็บเงินที่หนึ่ง ตรงวัดแม่กลาง หรือด่านเก็บเงินที่ สองตรงทางแยกไปอำเภอแม่แจ่มได้เหมือนกัน
เรายังสามารถเดินเข้ามาได้ด้วย - - อันนี้ล้อเล่นครับ
จริงๆแล้วเราสามารถขึ้นรถ สองแถวตรง วัดพระธาตุจอมทองซึ่งเป็นสีเหลือง
เหมือนกับรถสาย เชียงใหม่ - จอมทอง แต่ป้ายหน้ารถจะเขียน ว่า จอมทอง - แม่แจ่ม
ซึ่งการเดินทางไปแม่แจ่มจะต้องใช้เส้นทางนี้แล้ว สามารถเลือกลง
ตรงด่านเก็บเงินที่หนึ่ง ตรงวัดแม่กลาง หรือด่านเก็บเงินที่ สองตรงทางแยกไปอำเภอแม่แจ่มได้เหมือนกัน
คนที่ๆผมไม่คิดว่าจะมีอยู่บนโลกนี้ คนที่มีความกล้าๆที่จะทำอะไรตามที่ตัวเอง
อยากทำตรงหน้า ทำให้ผมนึกถึงตัวละคร ซูซูกิ ไคโตะ จากเรื่องบีชบอย
คนที่กล้าทิ้งงานอันที่เรียกว่าสุดๆของความสะบายและมั่นคง คนที่ทำตามจิตวิญญานความต้องการ
ผมศรัทธาพี่มากเลยครับ เพราะผมไม่มีความกล้าหาญอย่างพี่ และที่สำคัญพี่เป็นคนที่มีน้ำใจมากๆ
คนนึงเลยทีเดียว
อยากทำตรงหน้า ทำให้ผมนึกถึงตัวละคร ซูซูกิ ไคโตะ จากเรื่องบีชบอย
คนที่กล้าทิ้งงานอันที่เรียกว่าสุดๆของความสะบายและมั่นคง คนที่ทำตามจิตวิญญานความต้องการ
ผมศรัทธาพี่มากเลยครับ เพราะผมไม่มีความกล้าหาญอย่างพี่ และที่สำคัญพี่เป็นคนที่มีน้ำใจมากๆ
คนนึงเลยทีเดียว
ปล.สุดท้าย ลานที่ว่างตรงวัดแม่กลางดูดาวสวยดีนะครับ แม้ว่ากลางคืนอากาศอาจจะเย็นไปนิด
สำหรับคนที่ขี้เหงาและขี้หนาว ตอนนี้เราก็ใกล้กันขึ้นมาอีกนิดแล้วนะ น้องดาวจ๋า ^ ^
สำหรับคนที่ขี้เหงาและขี้หนาว ตอนนี้เราก็ใกล้กันขึ้นมาอีกนิดแล้วนะ น้องดาวจ๋า ^ ^
No comments:
Post a Comment