Sunday, June 27, 2010

บันทึกลับ ภารกิจเดินพิชิตยอดดอย ตอนที่สาม







เต้นท์ส่วนตัว นอนซะ สามคืนคุ้มสุดๆ 









อู้งานไปหลายสัปดาห์เลยฮะ - -'
    
     หลังจากที่เราเริ่มต้นภารกิจการเดินขึ้นยอดดอย ตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนมาหยุดพักตรงวัดแม่กลางระยะทาง
จากจุดแรกมาถึงตรงนี้คือ 8 กม.วันนี้เราจะเริ่มเดินกันต่อไป
     ถัดจากวัดแม่กลางไม่ไกลนัก จะได้เจอกับด่านเก็บเงินของทางอุทยาน
ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องเสียค่าเข้า 40 บาท แต่สำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนนั้นขึ้นฟรีครับ 
ดังนั้นผมจึงพยายามอย่าทำตัว แอ๊บแม้ว เพื่อที่จะไม่เสีย เงิน 40 บาท
แต่ว่าทำยังไงก็ไม่เหมือน เลยต้องยอมต้องจ่ายไป 
     หลังจากที่ผ่านด่านเก็บเงินมาได้ เป้าหมายต่อไปคือจุดเริ่มต้นของวันนี้ คือหลัก กม.ที่ 9 ซึ่งเป็นที่ตั้ง
ของ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และกว่าจะผ่านจาก หลัก กม.ที่ 8 ไปที่ 9 ผมก็เกือบจะถอดใจตั้งแต่
เนินลูกแรก อะไรมันจะชันได้ขนาดนั้น ถ้าระดับความชันของมันวัดด้วยตาเปล่า
ของคนที่ไม่มีแรงน่าจะราวๆ 50 องศา แล้วเนินต่อๆไปจะทำไงฟระ
        ในเดือน ก.พ. อากาศยังจดว่าไม่ร้อนถ้าเทียบกับสภาพอากาศในตัวเมืองหรือข้างล่าง
อุทยานดังนั้น เสื้อยืด กางเกงขาสั้น การเดินทางไกลน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดูดีที่สุด อากาศเย็นๆจะสามารถ
ผ่านเข้าเสื้อยืดได้ง่ายทำให้เราไม่เหนื่อย ....นั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะข้างบนดอย อากาศจะเย็นกว่า
ปกติ  ยิ่งสูงอากาศยิ่งเย็น อากาศเย็นมันจะซึมผ่านผิวปอดได้ง่ายทางจมูก และแสงแดดบนที่สูง
มันโหดร้ายกว่าบนที่ราบต่ำกว่ามาก ผิวหนังอาจจะโดนเผาใหม้ได้ง่ายกว่า อย่าคิดว่ามันไม่ร้อนแล้ว
ไม่อันตราย เพราะที่ผมเดินบนเขามาตลอด 3 วันคอเกรียมเหมือนเหมือนคอหมูย่างเลยทีเดียว
       แทบ ตลอดเส้นทางมีแหล่งท่องเที่ยวให้แวะชมมากมาย ทั้งหมู่บ้านชาวเขา น้ำตกใหญ่เล็ก
ที่แทบได้ยินเสียงตลอดข้างทาง ต้นไม้ ต้นสน ใบหญ้า หน้าฝรั่ง อันนี้นอกเรื่อง - - 
       อยากจะบอกว่าเดินไปได้แค่ประมาณซักชั่วโมง กับระยะทางราว 3 กม.กว่าๆก็เริ่มจะแย่แล้ว
เพราะอากาศที่รู้สึกว่าเริ่มที่จะเบาบางลงซึ่งแปรผันกับอุณหภูมิที่เย็นมากขึ้น มันหลอกขายกระเป๋า
ตูป่าวฟระ ราคาใบละตั้งหลายๆๆพัน ทำไมมันหนักขึ้น ตอนแรกๆมันไม่หนักขนาดนี้นี่หว่า หรือว่า
ที่ร้านมันหลอกขายกระเป๋าปลอมเราฟระ อยากจะบอกว่าจริงๆแล้ว มันมีเต้นท์บวกน้ำหนักของกิน
ของใช้เสื้อผ้าน้ำ ตกอยู่ราวๆ 15 กก.ได้ จากความตั้งใจแรกว่าอาจจะทำให้พิชิตยอดดอยได้ภายใน
หนึ่งวัน จากการคำนวนคือเดินได้ 4-5 km./hr แต่เอาเข้าจริงๆด้วยสภาพร่างกายทำให้ได้แค่ 3 km./hr
นิดๆ ดังนั้นวันนี้เราจะต้องหาที่พักระหว่างทาง และในหลัก กม.ที่ 31 ก็จะมีที่พักของทางอุทยาน
และมีที่กางเต้นท์ด้วย 
    ระหว่างทางจะมีน้ำตกน้อยใหญ่มากมาย จุดแวะพัก จุดชมวิว ทางแยกเข้าหมู่บ้านชาวเข้าตลอดเส้นทาง
ระหว่างทางจะมีน้ำตกขนาดใหญ่ น้ำตกวชิรธาร แน่นอนว่าผมไม่ได้แวะไปเยี่ยมชม เพราะทริปนี้ผมตั้งใจ
มา Tracking ไม่ใช่มา Viewing (สะกดถูกหรือเปล่าผิดหลักไวยกรหรือไม่รบกวนอย่าสนใจนะครับ) 
    จากระยะทางแค่ 22 กม. ผมใช้เวลาเดินเท้าึถึง  7 ชม. กว่าจะถึง สภาพเป็นยังไงก็ไม่รู้
 รู้แต่ว่าไม่มีรูปตัวเองมาดูเลยคาดว่าคงจะรับตัวเองไม่ได้ ที่พักกางเต้นท์เรียกกันว่าลานสน จะอยู่ตรงแยก อนามัย
แต่เราต้อง ไปที่ๆทำการอุทยานก่อนครับเพื่อไปเสียค่าธรรมเนียมกางเต้นท์ราว 30 บาท
 (เสียครั้งเดียวนะจะนอนซักเดือนก็ได้ ไม่มีใครว่า) ที่นี่มีเต้นท์ ผ้าห่ม เครื่องนอน  เตาถ่านให้เช่า
ถ้าใครไม่อยากพกมาด้วย
     หลังจากที่สอบถามเจ้าหน้าที่ก็ได้ความว่าที่ดอยอินทนนท์จะเริ่มปลอดคนราวๆต้นเดือน ก.พ. คือมีคน
น้อยมากๆ ตอนที่ผมไป มีแค่ราวไม่เกิน 7 หลังคาเต้นท์ แต่ถ้าหน้าท่องเที่ยวของที่นี่แทบไม่มีที่กางเลย
ทีเดียว ฉะนั้นใครมาช่วง โลวของที่นี่ไม้ต้องจองล่วงหน้าได้นะครับ
   วันนี้พอแค่นี้นะครับ รีบอาบน้ำก่อน เพราะมันจะหนาววว !!!!   
    
    

2 comments:

  1. 555 ภารกิจพิชิตยอดดอย ครานี้เหนื่อยปนฮานะคะ
    เคยอ่านหนังสือของคนที่เขาไปเทรกกิ้งกันหนักๆ อย่างเทือกเขาหิมาลัย เอเวอเรสต์ไรงี้ อ่านไปคิดไปว่าเราจะไหวไหมเนี่ย

    แต่แค่อ่านของโอปอล เค้าว่าเค้าไม่ไหวแน่ๆ 555
    ยิ่งสูง..ยิ่งหนาว จริงที่สุด!

    ป.ล. แล้วลุงทองมั่นจากตอนก่อนหายไปไหนละคะ :D

    ReplyDelete
  2. ป.ล. ลืมเม้นไปนิด ฮาจริงๆ กับคำว่า แอ๊บแม้ว เนี่ย คิดได้ไง 555

    ReplyDelete