ไม่ใช่หรอกครับ ผมอยากทำเหมือนพี่ชายคนหนึ่งที่เป็น ทหารอากาศ เค้าเคยเอามาโพสในเวปว่าเค้า
เคยทำสถิติจากตียดอยขึ้นสู่ยอดดอยใช้เวลา 11 ชม. แต่ว่านั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมอยากทำตามคือ
เดินด้วยเท้าขึ้นดอย ซึ่งปกติไม่ค่อยมีคนไทยปกติที่ไหนเค้าทำกัน - -" แต่เป็นสิ่งที่ผมอยากทำ
ครั้งหนึ่งในชีวิตที่เดินขึ้นดอยอินทนนท์
หลังจากที่นอนเต้นท์มาคืนหนึ่ง กับหลังวันนี้อีกคืนหนึ่ง จะบอกว่าที่นี่หนาวมาก
โดยเฉพาะช่วงตี 4 - 8 โมงเช้า ตอนนี้อุณหภูมิจะอยู่ราวๆ 8 องศา แน่นอนครับมันเป็นเลขตัวเดียว
ทั้งที่ก่อนนอน อุณหภูมิจะอยู่แค่ 20 นิดๆเอง แน่นอนว่าลำพังถุงนอนใบเก่าที่ใช้ตั้งแต่คราวไปญี่ปุ่น
ที่โฆษณาว่า Risk ที่ 8 องศามันใช้ไม่ได้จริง และก็ กางเกงยีน + กางเกงวอร์ม + ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ
+เสื้อยืดทุกตัวที่มีในกระเป๋า 5 ตัว+เสื้อผ้าร่มไว้กันลมตนขี่มอไซด์ก็ไม่สามารถป้องกันผิวกายอันแสน
จะบอบบางไม่ให้อากาศหนาวเสียดแทงชั้นไขมัน ที่มีอยู่น้อยนิด หนาวววว!!! จนนอนไม่หลับ
พอเริ่มเข้าตี 4 ปุ๊ป ผมจะต้องตื่นขึ้นมาเพราะมันหนาวจนนอนไม่หลับ เพราะความเย็นมันซึมทะลุผ่าน
ชั้นเต้นท์ทางพื้นดิน มันผุดขึ้นมาทางนั้น ไม่ไหวจริงๆแฮะสงสัยกลับไปต้องถอยถุงนอนใบใหม่ - -
แล้วก็ที่นี่มีห้องน้ำหลายแห่งแต่ตรงที่ผมไปกางเต้นท์จะเป็นห้องน้ำใหม่ ซึ่งตรงห้องน้ำคนพิการเค้าจะ
มีเครื่องทำน้ำอุ่นไว้บริการด้วย แต่เพราะความไม่รู้ ผมไม่เคยอาบน้ำอุ่นเลยซักวัน ดังนั้นกิจกรรมที่ผมท้า
ที่นี่คือการอาบน้ำ ที่อุณหภูมิห้องต่ำกว่า 9 องศา และแน่นอนว่าอุณหภูมิน้ำปะปา(มาจากน้ำตก)รับรองว่า
ใกล้เคียงจุดเยือกแข็งแน่ ซึ่งผมต้องอาศัยความแมนมาก + หน้าด้านทุกครั้งในการอาบน้ำตอนเช้า 555+
(ก็ไม่เห็นเครื่องทำน้ำอุ่นจริงๆอ่ะ T T)
ที่นี่มีร้านอาหารชาวเขาอยู่ร้านหนึ่งใกล้ๆ ลานสน ตั้งอยู่บนเขายกสูงมากกกก ข้างล่างคือแปลงผักแบบชาวเขา
เป็นวิวมุมสูงที่สวยไปอีกแบบ ผมไปอุดหนุนแทบทุกมื้อ ราคาปกติคือ ราวๆ 35 บาท
คือราคานักท่องเที่ยว แต่พอกินไปได้ซักสองมื้ออาหาร ราคาจะลดลงมา 5 บาทเท่าราคาคนพื้นที่ 555+
เวลาคุยกับเค้าอาจฟังยากซักนิด คล้ายในทีวีแต่ฟังยากกว่ากันเยอะ - -
ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวเขา และมีโครงการหลวงปลูกดอกไม้เมืองหนาว และมีถนนรอบหมู่บ้าน ผมได้ลอง
เดินดูชีวิตชาวบ้านตอนเย็นๆ เด็กๆผู้หญิงชาวเขาก็น่ารักดีนะครับ 555+ ที่นี่ก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย
มีร้านขายผัก รถขายไข่ ร้านเมล็ดพันธ์ขายปุ๋ย และก็มีร้านเกมส์ออนไลน์ เข้ ... ใครเอามาเปิดฟระ 555+
ที่สุดปลายถนนเส้นนี้เป็น บ้านโครงการหลวงทำเลสวยอยู่บนเขา วิวงามมาก แต่ผมไม่รู้ว่าเปิดให้คน
นอกเข้าพักหรือเปล่า เลยไปอีกนิดสุดถนนจริงๆจะเป็นน้ำตก 2 สายที่ไหลลงมาจากหน้าผา สวยงามมากๆๆ
และที่ข้างล่างจะเป็นสวนที่เค้าจัดเอาไว้สวยมากๆๆๆๆๆ (ใช้เปลืองไปนิด) อาจจะต้องเสียเงินค่าเข้าถ้ามาในเวลาแต่ผมเดินเล่นมาตอนเย็นอากาศกำลังเย็นสบาย ถ้าได้มาเดินกับคนที่รู้ใจ(ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน)
คงจะสุขใจดีไม่น้อย อากาศยามเย็นที่นี่ดีจริงๆครับ แต่ตอนเช้าเหมือน ตู้เย็นแตก 555+
เอาล่ะบ่นมาพอแล้ว ต่อไปจะลอกมาจากสมุดบันทึกแล้วนะ ....
พุธ 10 ก.พ. 53 12:35 ตอนนี้อยู่บนจุดชมวิวก่อนถึงยอดดอยอีก 6 กม.
อากาศเย็นสบายดี แต่ปวดขามากๆโดยเฉาะข้อเท้าขวา และต้นขาซ้าย ไม่รู้ว่าจะลากเอาขาตัวเองขึ้นไป
ถึงข้างบนเมื่อไร เฮ้ออีกนิดเดียวก็ถึงยอดแล้ว มีคนมาเรื่อยๆเลยแฮะ ไปต่อดีกว่า
ถึงข้างบนเมื่อไร เฮ้ออีกนิดเดียวก็ถึงยอดแล้ว มีคนมาเรื่อยๆเลยแฮะ ไปต่อดีกว่า
อีก 4 กม.สุดท้ายอย่างกับนรกแตก โชคดีที่แก้ผ้าพันจากที่ต้นขามาที่ข้อเท้าขวาเรียบร้อย ไม่งั้นเดินไม่ได้แน่ตรู
ณ จุดสุดยอกบนดอยอินทนนท์ น้ำตาจะไหล แม่มไม่มีอะไรเลย 555+ แต่นะอุตสาห์เดินขึ้นมาแล้ว
นี่นาตรู ก็เลยต้องทำภารกิจที่ตั้งใจเอาไว้คือบอก.. กับใครบางคนเงียบๆในใจ สิ้นสุดกับภารกิจที่ตั้งใจจะมาทำ ถึงแม้ไม่สามารถทำลายสถิติของพี่ชายทหารอากาศคนนั้นได้ แต่ก็นนะสามารถเอาชีวิตขึ้นมาจนได้ แต่ถึงงั้นลงมาแทบจะเป็นหวัด ตัวร้อน สงสัยอากาศเย็นๆชื้นๆ ที่หายใจเข้าไปตอนเดินขึ้น แสบจมูกจริงๆเลย พรุ่งนี้ชีวิตจะนี้ชีวิตจะเดินไปทางไหนต่อดีฟระกรู ไปข้างหน้า ไปต่อไปเรื่อยๆ
ปล.อุตส่าห์เดินขึ้นมาขอแฟนถึงข้างบนเชียวนะ
นี่นาตรู ก็เลยต้องทำภารกิจที่ตั้งใจเอาไว้คือบอก.. กับใครบางคนเงียบๆในใจ สิ้นสุดกับภารกิจที่ตั้งใจจะมาทำ ถึงแม้ไม่สามารถทำลายสถิติของพี่ชายทหารอากาศคนนั้นได้ แต่ก็นนะสามารถเอาชีวิตขึ้นมาจนได้ แต่ถึงงั้นลงมาแทบจะเป็นหวัด ตัวร้อน สงสัยอากาศเย็นๆชื้นๆ ที่หายใจเข้าไปตอนเดินขึ้น แสบจมูกจริงๆเลย พรุ่งนี้ชีวิตจะนี้ชีวิตจะเดินไปทางไหนต่อดีฟระกรู ไปข้างหน้า ไปต่อไปเรื่อยๆ
ปล.อุตส่าห์เดินขึ้นมาขอแฟนถึงข้างบนเชียวนะ
จุดชมวิว
เห็นหลัก กม.นี้แล้วน้ำตาพาลจะไหล
เสียให้ได้ - -.
เห็นป้ายนี้น้ำตาไหลเลย 555+ เดินมาสองวัน
มาดูป้ายแค่เนี้ย T T
จริงคือพวกนี้ต่างหากล่ะ
ป้ายนี้
แล้วก็หมุดอันนี้ที่ผมมาบอก..ใครคนนั้น
ทางลง ที่ศึกษาธรรมชาติ อ่างกาเป็นป่าพรุ
ที่อยู่บนเขา อากาศเย็น ตลอดปี
เดินตามทาง
สวยและหนาวเย็น ไม่เหมาแก่การเดิน
คนเดียวอย่างยิ่ง
จะใหญ่ไปไหน
ขากลับโบกรถกลับครับ เดินกลับไม่ไหว
แฮๆๆๆ ได้พี่ ผู้ชาย ผู้หญิง กรุณาเก็บลง
มา เป็นครั้งแรกนะเนี่ยที่โบกรถ ^ ^
ครงนี้เป็นด่านที่ 2 ของ อช.ครับ
ปล.เดินขึ้นมาถึงเข้าห้องน้ำ มีสาวๆฝรั่งสงสัยจะเห็นตอนมาคลานขึ้นมา ยกนิ้วโป้งให้น่าจะหมายความว่า
ยูยอดเยี่ยม แต่ผมอยากจะบอกกับ เธอฝรั่งคนนั้นว่า ไอย่ำแย่ จะตายอยู่แล้ว -*-
ยูยอดเยี่ยม แต่ผมอยากจะบอกกับ เธอฝรั่งคนนั้นว่า ไอย่ำแย่ จะตายอยู่แล้ว -*-
ขอสรุป เลยนะครับ
เส้นทางใช้ทางหวลวงหมายเลข 1009
เส้นทางใช้ทางหวลวงหมายเลข 1009
จาก สามแยกจอมทองแม่แจ่ม - วัดแม่กลาง ระยะทาง 8 กม.
ด่านตรวจอุทยานแห่งชาติ กม.ที่ 8.2
ด่านตรวจอุทยานแห่งชาติ กม.ที่ 8.2
มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว กม.ที่ 9
น้ำตกวชิรธาร กม.ที่ 20.8
ที่ทำการอุทยาน กม.ที่ 31 บ้านพักและลานกางเต้นท์ โครงการหลวง กม.ที่ 30.5
ด่านตรวจที่สอง กมที่ 37.5
ด่านตรวจที่สอง กมที่ 37.5
จุดชมวิว กม.ที่ 41
พระมหาธาตุ กม.ที่ 41.5 (ของกองทัพอากาศ ค่าเข้าชม 40 บาทมั้งครับจำไม่ได้ 555+ ไม่ได้เข้า )
เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน กม.ที่ 42
ยอดดอยอินทนนท์ กม.ที่ 48
เคยอยากบอกรักใคร บนจุดที่สูงสุดของประเทศไทยมั้ยครับ ^ ^
ป้ายหน้าเจอกันที่ปายนะครับ.... ปายหงอย
ป้ายหน้าเจอกันที่ปายนะครับ.... ปายหงอย
No comments:
Post a Comment