Sunday, June 29, 2008

นางฟ้าเดินดินถิ่น Harajuku และ ทุกสิ่งทุอย่างที่ Yoyoki

     หลังจากที่นั่งพัก เฝ้าสังเกตุการณ์ และเดินเล่นรอบๆสวนสาธารณะ อุเอโนะเป็นที่พอใจแล้ว เป้าหมายหรือภาระกิจที่สำคัญที่สุดของการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่นี่ก็เพื่อดูคอนเสริ์ตของ สาวๆมอนิ่งมูซูเมะ ซึ่งตามข้อมูลที่ได้หาเก็บมาจาก internet จะมีร้านขายตั๋วมือสองอยู่แถวๆย่าน Harajuku แน่นอนว่าเป้าหมายต่อไปคือ Harajuku จากสวนสาธารณะ อุเอโนะ ถ้าเราเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่งจะเป็นสถานนีรถไฟสายของ JR และ Tokyo Metro ส่วนการซื้อตั๋วของทั้งคู่ก็ไม่ยากเย็นนักเหมือนกับการซื้อตั๋วของ เคย์เซย์ นั่นแหละ
   190 เยน คือราคาตั๋วของรถไฟ JR Yamatone Line สำหรับนั่งไป Harajuku ซึ่งใครที่คิดจะเที่ยวโตเกียวคุณก็จะผูกพันกับรถไฟสายนี้เป็นพิเศษเพราะนี่เป็นสายรถที่ผ่านใจกลางเมืองใหญ่สำคัญๆของโตเกียวแทบทั้งสิ้น 
   ราวๆ สีสิบกว่านาที สำหรับการเดินทางก็มาถึง สถานที่เค้าเรียกขานกันว่า Harajuku ที่ใครๆที่เคยมาเยือนแล้วกลับไปจะต้องเอาไปพูดกันต่างๆนาๆถึงความแปลกประหลาด ของบุคคลที่เยี่ยมเยือนที่นี่ แต่ที่นี่สำหรับผม สิ่งที่ว่าแปลกๆมันก็มีอยู่จริงอย่างที่เค้าร่ำลือกัน อย่างเช่น จะมีสาวๆหรือ เด็กวัยรุ่น แต่งกายแบบชุด ที่ตัดแบบผ้าลายลูกไม้ถือร่มลายลูกไม้ แต่งหน้าจัดๆ หรือเด็กสาววัยรุ่นแต่งตัวนุ่งมินิสเกิตร์ตน่าตาน่ารักเดินลากกระเป๋าลากใบเล็กๆสีชมพู ลายน่ารักๆ เห็นอยู่หลายคนเหมือนกัน อย่างกับว่าที่นี่กำลังฮิต นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจแต่ก็ไม่มากมายนัก แต่ที่แปลกใจและทำให้ประทับใจสุดๆ เดินอมยิ้มตลอดการเดินทางผ่านเข้ามายังถนน Takeshita  คือเด็กๆผู้หญิงน่าตานักรักมากมายเดินอยุ่บนถนนสวนทางกันไปมา เกิดมาผมไม่เคยเห็นเด็กๆน่าตาน่ารักจำนวนมากขนาดนี้มาก่อน เดินไปอมยิ้มไปเหมือนคนบ้าเลย 555 (ก็คนมันมีความสุขนี่หว่า) แต่ที่สังเกตุดูส่วนใหญ่วัยรุ่นที่มาเดินที่นักมักจะเป็นกลุ่มเพื่อนกันมากกว่ากลุ่มคู่รักกัน
    
หลังจากที่ปฏิบัติภาระกิจการซื้อตั๋วคอนเสร็จแล้วผมก็เดินทางไปยังสวนสาธารณะโยโยกิ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน ซึ่งสถานที่น่าสนใจของละแวกนี้ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งถ้าใครมีขาที่แข็งแรงและมีกระเป๋าตังค์ที่แบนแฟบคุณจะชอบที่นี่มากเพราะละแวกนี้มี ที่เที่ยวที่องค์การการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นแนะนำมาก็มี Shibuya ไล่มาเป็น Yoyogi Sport Center , Yoyogi Park ,Meiji Shirin และก็เป็น Harajuku ถ้าใครคิดจะมาเที่ยวที่นี่หล่ะก็ ขอแนะนำควรมีเวลาให้ซักอย่างน้อยคือหนึ่งวันกับหนึ่งคืน ไม่งั้นคุณอาจจะพลาดอะไรดีๆจากแถวนี้ไปอย่างน่าเสียดาย
     ที่สวนสาธารณะ โยโยกิ ที่นี่ดูจะกว้างกว่า อุเอโนะ และดูเหมือนว่าคนที่นี่ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนฝูง คู่รัก หมาแมว นักดนตรี นักกีฬา ต่างมาทำกิจกรรมที่นี่เป็นจำนวนมาก อาจเป็นเพราะว่าที่นี่มีพื้นที่มากมายจริงๆ ต้นไม้ในสวนแห่งนี้เท่าที่ดูด้วยสายตาคิดว่าอายุไม่ต่ำกว่า 60-70 ปีเลยทีเดียว
    ที่นี่มีสวนดอกไม้ ที่นี่มีลานสุนัขวิ่งเล่น ที่นี่มีลู่จักรยานและจักรยานให้เช่าเพื่อออกกำลังกาย ผ่อนคลาย ที่นี่มีนักดนตรีทั้งมือใหม่และมือเก่าเล่นทั้งเดี่ยวเล่นเป็นวง ไม่ว่าจะเป็น ไวโอลีน ทรัมเป็ด แซกโซโฟน กีตาร์ ฟลุต หรือเครื่องดนตีอีกหลายอย่างที่ผมไม่รู้จัก นี่มีนักเต้นที่เค้ามาจับกลุ่มร่วมกันเพื่อทำกิจกรรมการเต้นแบบแปลกๆที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหน ที่นี่มีเด็กบอร์ดมือใหม่และเก่า ที่นี่มีเด็กวัยรุ่นมาจูบกันให้นักท่องเที่ยวอย่างผมแอบมองอย่างอิจฉา และที่แห่งนี้ทำให้ผมเข้าใจคำว่าการใช้เวลาร่วมกัน ... 
    ผมอิจฉาคนญี่ปุ่นที่มีสถานที่ๆดีๆอย่างนี้ในการใช้เวลาร่วมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน ที่บ้านเราอาจจะเคยเห็นเด็กๆไปนั่งติวหนังสือกันในร้าน Fast Food แต่ที่นี่เด็กๆเค้ามักจะพากันมาที่สวนสาธาณะ มีอาหารกล่องปิ๊กนิกกัน ครอบครัวก็ใช้เวลาร่วมกัน เด็กวัยรุ่นที่นี่ผมยังเห็นมากันกับครอบครัว แต่ที่บ้านเราผมมักเห็นเด็กๆซึ่งอยู่ในวัยเดียวกันนี้ ชอบไปกับเพื่อนฝูงหรือเพื่อนต่างเพศเสียมากกว่า อาจเป็นเพราะว่า บ้านเราไม่มีสถานที่ดีๆ สำหรับใช้เวลาร่วมกันเหมือนที่นี่  ผมอิจฉาคนที่นี่จริงๆ ... 
    ผมใช้เวลาไปกับสวนสาธาณะ Yoyoki ทั้งวัน และคืนนี้ผมตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตแบบ Homeless อีกครั้ง เพราะพรุ่งนี้เช้าผมต้องเดินทางออกต่างจังหวัด และสถานีรถบัสก็อยู่ที่ ชินจูกุ ซึ่งก็ห่างออกไปแค่ 2 ป้ายรถไฟเท่านั้น ครั้นจะไปที่พักที่ตั้งใจไว้แถวๆ Asakusa มันก็ไกลเกินไป ดังนั้นผมก็ต้องเตรียมหาที่นอนตั้งแต่เนิ่นๆเอาไว้ พอพระอาทิตย์เริ่มตก ผมก็จัดการเดินหาที่นอนอีกครั้ง แต่ว่าก็หาไม่ได้อีกเหมือนเคย อะไรๆก็ดูไม่ลงตัวเหมือนอย่างที่คิดเอาไว้ พูดง่ายๆก็คือหาที่ถูกใจไม่เจอนั่นเอง แต่ก็แอบเหล่เอาไว้แก้ขัดหลายที่เหมือนกัน  จนในที่สุดผมก็ตัดสินใจได้ซะที เพราะเดินหาจนถึง สามทุ่มกว่า เอามันใต้ต้นไม้นี้แหละ(วะ) เพราะตรงนี้ไม่มีคนเดินผ่าน ถึงแม้ว่าจะติดถนน และเมื่อแอบมุมต้นไม้แล้ว ไม่มีใครมองเห็นเราแน่ๆ  ....
      สำหรับผมตอนนี้พื้นดินเป็นเหมือนเตียง ถุงนอนก็เหมือนผ้าห่มอันcแสนอุ่น กระเป๋าเดินทางก็กลายสภาพมาเป็นหมอนใบโต อากาศกำลังเย็นสบาย เหมาะกับถุงนอนใบใหญ่ที่เตรียมมาสำหรับฤดูนี้โดยเฉพาะ ชีวิตผมตอนนี้ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว กินอิ่ม นอนหลับ เที่ยวไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุดพัก  สบายใจสุดๆ ที่ไม่ต้องคิดถึงใครหรือเรื่องอะไร การที่เดินมาทั้งวันทำให้ผมหลับไปโดยที่ยังไม่ได้นับแกะที่เตรียมมาเลย 
      กา กา... เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นอีกแล้ว แสงแดดสาดลงมาที่พื้นดินขนาดที่ว่ามองเห็นมดกำลังออกกำลังกายหลังตื่นนอน เอ้ยเช้าขนาดนี้เลยหรอ(วะ) ซวยแล้วเด๋ยวมีคนมาเห็นแล้วนึกว่าใครเอาศพมาทิ้งไว้ตรงนี้ แต่ว่ามองดูนาฬิกาดีๆเฮ้ยเพิ่ง ตี 4 ครึ่งเอง หลังจากนั้นก็เดินไปที่ห้องน้ำสาธารณะใกล้ๆเพื่อที่จะล้างหน้า แปรงฟัน แต่ขอโทษเถอะน้ำในห้องก๊อกเย็นมากๆ เย็นกว่าน้ำในตู้เย็นที่บ้านอีก จะชักตายเพราะความเย็นล้างหน้าแปรงฟันแต่ละทีเฮ้อ สุดๆ      .....


  
  อันนี้เป็นภาพถ่ายจากห้องสูทที่เข้าพักเมื่อคืนนี้ จะมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นอยู่บนยอดตึกด้วย เวลาตอนที่ถ่ายก็ประมาณ ตี5 ส่วนห้องนี้ก็ตั้งอยู่แถวๆเนินบริเวณ สีแยกระหว่างถนนที่ข้ามระหว่าง สวนสาธารณะ Yoyogi กับ Yoyogi Sport Center

 

 

 

ปล.ใครที่อยากรู้วิธีการซื้อตั๋วบัตรคอนเสริตให้ไปดูตามลิ้งนี้นะครับ
pingbook.com/board

No comments:

Post a Comment