Tuesday, August 5, 2008

Kusatsu Onsen อาบน้ำแร่แช่น้ำร้อน ตอนจบ...

    มีคนเคยบอกเอาไว้ว่าของบนโลกนี้มักมีของที่คอยถ่วงดุลกันหรือแก้ทางกันอยู่ อย่างขาวกับดำ กลางวัน
กับกลางคืน แมงกะพรุนกับผักบุ้งทะเล หรือแม้แต่เป็นหวัดเพราะอากาศหนาวกับออนเซ็น ก็น่าจะถูกสร้าง
มาคู่กัน  นะ
   ใกล้ๆกับที่พักแบบ Pen house ของผมคืนนี้ประมาณ 200-300 เมตรมีบ่อนำ้พุร้อนกลางแจ้งที่ชื่อว่า
Sai No Kawara out door bath ซึ่งเป็นบ่ออาบน้ำรวมกลางแจ้งที่น่าจะเป็นแห่งเดียวของที่นี่ ผมแบก
สัมภาระ กับร่างกายที่แสนโทรมจากพิษไข้ เพื่อเข้าไปลองสมมติฐานที่ตั้งขึ้นจากพรายกระซิบข้างๆหู
   500 เยนคือค่าเข้าผ่านประตูสำหรับเข้าไปใช้บริการ เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปแล้วทางด้านขวาจะเป็น
ส่วนของสำหรับผู้ชาย ส่วนด้านซ้ายเป็นส่วนสำหรับผู้หญิง (ตอนแรกนึกว่าเป็นบ่อรวมชายหญิง
แสนเสียดายเลยจริงๆ เฮ้อ ) แต่ก็ช่างมันเถอะเราจะเข้าไปแช่ออนเซ็นนี่นาใหนๆก็อุตส่าห์มาถึงญี่ปุ่นแล้ว
ถ้าไม่ลองแช่ก็น่าเสียดายแย่ ที่นี่จะมีห้องสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า มีชั้นสำหรับวางของให้ด้วย แต่ก็มีล๊อกเกอร์
ราคา 100 เยนให้บริการซึ่งมันก็มีพื้นที่พอที่จะเก็บพวกของมีค่าต่างๆเอาข้างใน (วิธีการแช่ออนเซ็นเดี๋ยว
จะบอกไว้ตอนท้ายนะครับ ) หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ออกไปทางประตูก่อนลงบ่อน้ำร้อน เค้าจะมีน้ำ
ไว้สำหรับล้างตัวด้วย หลังจากที่ล้างตัวแล้วผมก็ให้มองหาที่ๆสำหรับจะไปแช่ ในระหว่างที่สำกำลังมองหา
จุดสำหรับแช่ตัวอยู่นั้น ผมก็ไม่ลืมที่จะสังเกตุสิ่งที่เป็นข้อข้องใจของเหล่าชายไทยทั้งหลายที่เป็นสาวกหนัง
แผ่นเดียวของญี่ปุ่น มันก็คือๆกันล่ะวะ ไทย-ญี่ปุ่น นั่นคือคนแรกที่ผมแอบเห็น แต่พอคนที่ สอง สาม สี่ ห้า
เหมือนในหนังเลยว่ะ ชายไทยกินขาด เห้อๆๆๆ ผมเดินลงบ่อด้วยความมั่นใจในความเป็นชายไทย 555+
   ร้อนๆๆๆ อิ๊บอ๊ายยย ...ตรูจะสุกมั้ยเนี้ย น้ำร้อนมากๆ ซึ่งวิธีการแช่ออนเซ็นที่ถูกต้อง ต้องค่อยๆหย่อน
ร้่างกายลงน้ำอย่างช้าๆไม่ใช่ลงพรวดแบบสระว่ายน้ำแถวบ้าน อุณหภูมิน้ำตามออนเซ็น น่าจะอยู่ราวๆ 60
อาศานะ หลังจากที่ร่างกายปรับกับความร้อนของน้ำจนชินได้แล้ว ผมก็ค่อยๆยืดคลายกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งาน
หนักมาตลอดทั้งวันอย่างช้าๆ สุดยอดๆๆ มันให้ความรู้สึกที่สบายมากๆ น้ำร้อนขนาดนี้ทำให้กล้ามเนื้อที่ถูก
ใช้งานมาอย่างหนักได้ผ่อนคลาย ผมแช่ในน้ำประมาณซัก 15 นาทีสลับกับการขึ้นมาตากลมเอาขาแช่น้ำ
จากอาการก่อนที่มาแช่น้ำร้อนคือ หนาวมากๆ ตัวร้อนจนตาลาย ตอนนี้กลับสามารถ นุ่งลมชมวิวได้ โดยที่
ไม่รู้สึกหนาวเลยแม้แต่น้อย นี่น่ะหรือคือ ปาฏิหารย์ของออนเซ็น น้ำในบ่อของที่นี่เกิดมาจากตาน้ำไหลออก
มาผ่านเข้ามาในตัวสระแล้วไหลผ่านไปยังสวน Sai no Kawara park ที่อยู่ข้างล่าง(ที่ๆผมนอนคืนแรกไงล่ะ)
แต่ว่าที่นี่มีตาน้ำมากมายฉะนั้นน้ำที่ออกจากที่นี่จึงไหลผ่านออกไปยังท่อน้ำร้อนแล้วไหลไปที่ไหนต่อก็ไม่รู้
ถ้าถามว่ามันเหมือนกับแช่น้ำร้อนมั้ย บอกเลยว่าไม่เหมือนครับ น้ำร้อนที่นี่คือน้ำแร่ น่าจะมีส่วนผมผสมของ
กำมะถันอยู่ สังเกตุจากกลิ่นเอา แล้วก็ขอเตือนไว้ก่อนนะครับว่าถ้าไม่จำเป้นก็อย่าเอาน้ำพวกนี้มาล้างหน้า
เพราะมันแสบตามากๆๆ หลังที่แช่จนชุ่มปอด จนคุ้มค่าเงิน 500 เยนแล้วก็ตกราวๆ ชม.ครึ่งได้มั้ง คนปกติ
เค้าจะแช่กันแค่คนละไม่เกินครึ่งชม. แต่ว่านี่คนป่วยเนอะเลยต้องแช่นานหน่อย หลังจากที่ออกมาจากบ่อ
ออนเซ็นแล้ว แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าอาการที่เรียกได้ว่าแทบบจะตายเมื่อกี้มันหายไปไหนหมด ผมเดินออก
มาเหมือนคนที่เป็นปกติแทบทุกอย่าง เดินกลับ Pen house ที่แอบจองเอาไว้อย่างสบายตัว
    แต่ว่าที่ Pen house ที่นี่มันไม่มีไฟ รอบๆตัวแทบจะมืดไปหมด มีเพียงแค่ไฟรถที่วิ่งผ่านจากถนนเท่า
นั้น อ้อแล้วก็ไฟห้องน้ำด้วย ก่อนกางถุงนอนออกผมก็ไม่ลืมที่จะคำนวนมุมไหลผ่านของลม ที่คาดว่าจะพัด
ผ่านเข้ามายามค่ำคืน ประสบการณ์จากหลายๆวันทำให้ผมฉลาดขึ้น ก่อนนอนผมก็ไม่ลืมซัดยาที่เตรียมมา
ไว้ด้วย ก่อนที่จะหลับไปด้วยความเพลีย แบบสุดๆจากความเมื่อยล้าและพิษไข้ แต่ว่าคืนนี้มันช่างหลับ
สบายอะไรอย่างนี้นะ ....
     กา กา กา ที่ไหนก็มีนาฬิกาปลุก ไม่เว้นแม้แต่ที่นี่ ตีห้ากว่าสว่างยังกะแปดโมงครึ่ง ถึงที่นี่จะเป็นต่างจังหวัด
แต่ผมก็ยังแอบเห็นคนญี่ปุ่นมาออกกำลังกายยามเช้ากันเหมือนเดิม อากาศมันช่างดีอะไรอย่างนี้.............
ควันที่พุ่งขึ้นมาจากบ่อ หรือตาน้ำร้อนมันช่างสวยอะไรอย่างนี้อาจเป็นเพราะอากาศตอนเช้ามันยังคงหนาว
อยู่เลยทำให้มองเห็นไอน้ำที่พุ่งขึ้นมาได้มากกว่าตอนกลางวัน อาการป่วยของผมแทบเหมือนไม่เคยเกิด
ขึ้นเลย เป็นเพราะออนเซ็นแน่นอนผมเชื่อย่างนั้น (ตอนแช่อย่าลืมสูดกลิ่นกำมะถันที่ลอยขึ้นมาด้วยนะ
อันนี้เป็นสูตรที่คิดเองและมันก็ใช้ได้ผลซะด้วย )ผมไม่มีอะไรทำก็เลยนั่งคอยเวลาให้มันออกสายๆหน่อย
แล้วค่อยเดินทางต่อ ผมสังเกตุคนญี่ปุ่นอย่างหนึ่ง อย่างเวลาที่มีคนอยู่ที่ศาลา(ที่ผมแอบพัก)
หรือม้านั่งตามสวนสาธารณะต่างๆ ถ้ามีคนนั่งและมันติดกันเกินจนไปเค้าก็จะไม้เข้าไปนั่ง .... สงสัยรังเกียจเค้า -_-
ที่นี่มีคนทักทายเค้าด้วยหล่ะ เป็นชายมีอายุหน่อยทักทายเค้าก่อนเป็นภาษาญี่ปุ่น ผมก็ทักทายกลับ
แล้วก็ยิงภาษาญี่ปุ่นมาเป็นชุด เราก็โชว์ step งงใส่พอเค้ารู้ว่าเราไม่ใช่คนญี่ปุ่น ก็เลยเงียบไปเลย 55+
เราก็เลยอยู่ไม้่ได้เลยรีบชิ่งหนีออกมาแทน เฮ้อ หน้าตรูมันเหมือนญี่ปุ่นตรงไหนฟระ ถ้าเป็นแนว K-pop
ก็ว่าไปอย่าง จิงป่ะ ฮิ้วววว....มันช่างกล้าเนอะ เฮ้อ....
   ก่อนกลับก็เลยไปถ่ายรูปสถานที่ใกล้ๆที่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปไว้ในวันแรกๆ อย่าง Yabutake หรือ แม้แต่
Sai no Kawara park ที่สำคัญที่นี่ยังพอมี ดอกซากุระให้ชมอยู่ด้วยสิ ไม่เสียแรงที่ไกลถึงที่นี่เลยจริง
มั้ยครับ อ๊ะเก้าโมงครึ่งรถจะออกแล้วผมต้องรีบไปขึ้นรถก่อนนะครับเดี๋ยวจะตกรถ เพราะพรุ่งนี้มีนัดสำคัญ
ที่โตเกียวซะด้วยสิ .... อิอิๆๆๆ




ที่พักแบบ Pen House ที่ผมแสนจะภูมิใจ


















วิวสวยๆข้าง Pen House










                                         






บ่อน้ำแร่ Sai No Kawara out door bath ถ่ายข้างในไม่ได้
กลัวไม่ได้กลับออกมาครับ













อันนี้เป็นอนุเสาวรีย์ของ Dr. Barelz และ Dr.Scriba
ผู้ที่ทำให้คนรู้จักเมือง Kusatsu และก็ประโยชน์
ของบ่อน้ำร้อนที่นี่ (ใครเป็นใครอันนนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ)

                                   









อันนี้เป็นรูปของ บ่อน้ำร้อนใน Sai no Kawara park
และที่เห็นนั่นไม่ใช่ บังกะโลนนะครับ
แต่เป็นห้องน้ำในตำนาน
ต่างหาก ฮิๆๆ (แอบมีดอกซากุระด้วย)






 








เอากันให้เต็มที่สำหรับที่นี่















บ่อน้ำที่นี่มีหลายบ่อมาก และแต่ละบ่อก็จะมีชื่อเรียกต่างๆกัน
อาจเป็นเพราะสีของน้ำในแต่ละบ่อจะไม่
เหมือนกันนั่นเอง













                    


รูปสุดท้ายสำหรับที่นี่

















ที่นี่คือ Yabutake ยามเช้าสวยต่างจากตอนกลางคืน ไปอีกแบบ
















นี่ก็ ใช่ Yabutake













 


 


















รูปสุดท้ายสำหรับ Yabutake














รูปดอกซากุระ ที่หาดูไม่ได้แล้วในโตเกียว
ถ้าผมไม่ได้มาที่นี่ก็คงไม่ได้เห็น....












ลืมๆๆไป อยากบอกว่าถ้าใครอยากลองมาแช่ออนเซ็นล่ะก็ ผมว่าที่นี่ก็น่าจะไม่น่าพลาดนะครับ สำหรับ
เมืองแห่งออนเซ็นแห่งนี้ แน่นอนว่าถ้าผมมีโอกาสกลับไปที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง ผมจะไม่ลืมที่จะกลับมาที่นี่
อย่างแน่นอน ลาก่อนนจนกว่าจะพบกันใหม่นะ Kusatsu Onsen ....

ปล.วิธีการแช่ออนเซ็น
  1.โดยปกติแล้วก่อนที่จะลงแช่ออนเซ็น คนญี่ปุ่นมักที่จะล้างตัวก่อนที่จะลงแช่
  2.การแช่ออนเซ็นที่ถูกต้องเราควรค่อยๆหย่อนร่างกายลงน้ำอย่างช้าๆเพื่อค่อยๆปรับร่างกายให้
     ชินกับอุณหภูมิของน้ำ
  3.คนญี่ปุ่นมักจะมีผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆหรือผ้าเช็ดหน้าเข้าไปออนเซ็นด้วย เอาไว้ชุบน้ำเพื่อเอามาวางไว้
    บนศรีษะแทนการดำลงไปแช่ทั้งหัว เพราะมันจะทำให้แสบตา และเอาไว้ปิด xxx ตอนขึ้นจากน้ำด้วยนะ
  4.อันนี้สำคัญ คนญี่ปุ่นเค้าจะไม่อาบน้ำเพื่อล้างตัวอีกครั้งหลังจากแช่ออนเซ็น เพราะเค้าถือว่าจะทำให้
    ไม่ได้รับประโยชน์จาก ออนเซ็น อย่างเต็มที่

นึกออกเด๋ยวมาเติมใหม่นะคะ

ตอนหน้าพบกัับเรื่องราว ในวันที่ฝนพรำกับเด็กหลงทางแห่งชินจูกุ




3 comments:

  1. แหมๆ เป็นเคป๊อปเลยเหรอครับ หุหุ

    ReplyDelete
  2. อยู่พูดดังสิครับ เค้าเขิล

    ReplyDelete
  3. ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ นะคะ กำลังตัดสินใจว่าจะไปออนเซนที่ดีไม๊น้อ

    ReplyDelete