ที่เคยบอกว่าที่นอนที่ทำให้ผมจำได้ดี อาจจะนึกว่าผมเจอผีรึป่าววะบอกไปเลยว่าตลอดทั้งทริป
ไม่มีการเจอผีญี่ปุ่นให้ยุ่มยามลำบากใจ อาจจะเป็นเพราะนิสัยของคนญี่ปุ่นอาจจะขี้เกรงใจ เลย
พอตายไปเลยไม่เป็นผีมาหลอกผม หรืออาจจะรู้ว่าผมพูดฟังญี่ปุ่นไม่ได้ อาจจะทำให้เสียเวลาใน
การสื่อสาร แหมๆๆ คิดไปได้เป็นตุเป็นตะเลย ... เฮ้อ
เกือบลืมที่ตั้งใจจะบอกคือ นี่นี่มันหนาวมากๆๆๆๆๆ ถึงที่นี่จะเป็น เมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อนก็ตามที
แต่ว่าตกกลางคืนที่นี่หนาวมาก อาจเป็นเพราะที่นี่ตั้งอยู่บนเขาสูง ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันสูงแค่ไหน
แต่ก็ที่ดูๆมา ก็สุงขนาดที่ ยังมีหิมะหลงเหลืออยู่ตามยอดเขา และที่บอกว่าผมจดจำที่พักอันสุดแสน
delux (เขียนถูกป่าวหว่า)ได้อย่างแม่นยำเป้นเพราะว่าก่อนนอนคิดว่ามันใกล้บ่อน้ำพุร้อน คงไม่หนาวมาก
แต่ว่ามันกลับผิดถนัด ผมตื่นขึ้นมาตอนใกล้ๆเช้ามืด เนื่องจากมันหนาวๆๆจนนอนไม่หลับ ตอนนั้นผมไม่รู้
ว่ามันหนาวซักเท่าไร ผมรู้แต่ว่าเพลียแล้วก็ง่วงมาก ผมหยิบถุงเท้าทุกคู่ที่มีใส่ เอาผ้าเช๋ดตัวมาห่มเพิ่ม
พอมารู้สึกตัวอีกทีตอนใกล้ๆจะ 6 โมงเช้า รอบๆถุงนอน มีแต่รอยนำ้้ (น่าจะเป็นไอน้ำที่ลอยขึ้นมา)
ใกล้ๆกันนั้นจะมีห้องน้ำที่ใครมองใกลๆอาจจะนึกว่าเป็น บังกะโล(รึเปล่า)นะ ที่นี่มีเทอร์โมมิเตอร์อยู่ที่
หน้าห้องน้ำ ผมตาไม่ฝาด อุณหภูมิตอน 6 โมงเช้าอ่านได้ยังไม่ถึง 8 องศาดี แล้วไอ้ตอนที่ผมนอนอยู่
คงไม่ต้องนึกถึงมันต้้องต่ำกว่า 8 อย่างแน่นอน ถึงว่าขนาดถุงนอนที่กันได้ถึง 8 องศา + กับเสื้อกันหนาว
ยังเอาไม่อยู่ยิ่งคิดก็ยิ่งหนาว(คิดถึง)
แน่นอนว่าวันนี้เราไม่ได้พามาเยี่ยมชมห้องน้ำที่ญี่ปุ่น วันนี้ผมจะต้องต่อโครงการที่ล้มเหลวจากเมื่อวาน
นั่นก็คือ
Yagameจัง ผมเคยแอบเห็นรูปเธอทางอินเตอร์เนต เธอสวยมาก ตอนแรกผมไม่คิดว่าจะได้
มาเจอเธอที่นี่ แต่ว่าโชคชะตาทำให้ผมตัดสินใจไปหาเธอทั้งๆที่ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเธอเลย นั่นยิ่งทำให้
เธอยิ่งหน้าติดตามค้นหาเข้าไปใหญ่ (ตอนนั้นคิดอย่างนั้น) หลังจากที่กลับเข้าไป 7-11 ในตัวเมืองเพื่อ
ซื้อถ่านสำหรับใส่กล้อง (ลืมหยิบถ่านมาจากกรุงเทพฯ) ผมเดินออกมาตอนราวๆ 8 โมง 10 ซึ่งหลักการ
ในการเดินทางไกลที่ดีคือ เดิน 45 นาทีพัก 15 นาที ผมเดินกลับไปทางเก่าคือเดินขึ้นเขาผ่านไปยัง
Ski resort ตอนแรกๆผมก็ทำตามหลักการทุกอย่างๆ แต่ว่าหนทางที่ตอนแรกว่าดูเหมือนมันใกล้ เท่า
ที่ดูจากแผนที่บ้านของ Yagameจัง น่าจะเลย Ski resort ไปไม่เกิน 3-4 กม.นี่นา แต่ว่านี่ยิ่งเดินกลับ
กลายเป็นว่ายิ่งสูงขึ้น ทางๆจากที่เคยมีฟุตบาทสำหรับให้เดิน ตอนนี้แทบกลายจะเป็นถนน เพียงแค่สอง
แลนเล็กๆเพื่อให้รถแล่นสวนผ่านกันได้ ทำไมมันไกลจังวะ อีกนานมั้ยวะกว่าจะถึง เฮ้ยทำไมมันสร้าง
ถนนอย่างนี้วะ ขดเป็นงูเลย สร้างกันอย่างนี้บ้านทำสวนยาง(มะตอย)รึไงวะ จากที่ๆเคยเห็นข้างทางเป็น
เพียงแค่ เศษน้ำแข็ง ผมเดินๆขึ้นไปขึ้นไป จนกระทั่งรอบตัวผมขาวโพลนมีแต่น้ำแข็งตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
นี่ผม(กรู)ยืนอยู่ท่ามกลางหิมะเลยหรอเนี่ย ทริปนี้อะไรมันจะคุ้มขนาดนี้ ....
แต่ก็อย่างว่าอ่ะนะ Yagameจัง คงจะรู้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจมาหาเธอตั้งแต่แรก เธอก็เลยงอนผมไม่ยอม
ปรากฏตัวออกมาให้ผมชื่นชมความสวยซักที ยิ่งเดินมันก็ยิ่งไกล ยิ่งไกลมันก็ยิ่งเหนื่อย พอยิ่งเหนื่อย
ของบนหลังมันก็ยิ่งหนัก ของยิ่งหนักมันก็ยิ่งท้อแท้ใจ ผมนึกในใจ Yagameจังทำไมขี้งอนอย่างนี้ฟระ
ถ้าอีกครึ่งชั่วโมงไม่ถึงผมจะเดินกลับหลังเพราะตอนนั้นเวลามันก็เที่ยงกว่าแล้ว ระหว่างที่
กำลังบ่นด้วยความน้อยใจอยู่นั้น สายตาผมมองขึ้นไปบนยอดเขาผมเห็นกลุ่มคนกำลังจ้องมองอะไรกัน
อยู่ที่บนนั้น มาถึงแล้วในที่สุดผม(กรู)ก็มาถึงจนได้ เธอคงแกล้งผมจนพอใจแล้วหรือไม่อาจจะเห็นว่าผม
กำลังจะงอนเธอบ้างเธอจึงยอมเผยตัวออกมาให้ผมเห็นจนได้ บ้านของเธออยู่บนยอดเขาสูง รอบๆมีแต่
หิมะปกคลุมอยู่ตลอด ที่นี่คือภูเขา Yagame ที่นี่มีที่จอดรถ ร้านอาหาร ห้องน้ำ ตู้ขายน้ำสิ่งแรกที่ผมทำ
คือเดินไปหยอดตู้น้ำดื่ม ตอนนี้ผมขอฝืนกฏตัวเองหน่อยเถอะ ยังไงๆก็ขอดื่มน้ำส้มQuuให้ชื่นใจหน่อย..
โครตสวย สวยโครต สองคำนี้คือคำที่ผมพูดกลับไปกลับในใจและนอกใจ ไม่เสียแรงที่ตูทนเดินขึ้น
มาเกือบ 5 ชม. (อ่านไม่ผิดหรอกครับเกือบ 5 ชม.จริงๆ) ผมยืนเฝ้ามองเธอเกือบครึ่งชม. สวยจริงๆ
สุดยอด นี่ถ้าไม่ได้มาที่นี่สงสัยจะเสียใจทั้งชาติแต่ว่าผมอยู่กับเธอที่นี่นานไม่ได้ ผมยังต้องกลับลงไป
ที่ข้างล่างอีก แต่ว่าผมก็สังเกตุเห็นว่ามีรถบัสที่วิ่งขึ้นมาจากข้างล่างเหมือนกัน ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่ที่มา
ถึงที่นี่มักจะใช้รถส่วนตัวกันเป็นส่วนใหญ่ (แต่ว่าป้ายหยุดรถข้างบนนี้ กับ ป้ายที่รถเมล์ไม่มีภาษาอังกฤษ
ซักตัว คิดแล้วก็ยิ่งกลุ้มใจ ) หลังจากที่ได้ล่ำลา Yagameจัง เป็นที่เรียบร้อยแล้วในระหว่างที่รอรถ ผมก็
จัดการเดินทางสำรวจรอบๆที่นี่ (ไม่ได้หาที่นอนนะ กลัวหนาวตาย) ที่นี่มีที่ชมวิวยอดเขา สระน้ำที่กลาย
เป็นน้ำแข็ง ก็เลยไปจัดการชักรูปภาพมาซะ แต่ว่านะที่นี่ก็ออกจะอันตรายเพราะว่าพื้นน้ำแข็งมันลื่นมาก
ก็เลยไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปสำรวจกลางสระน้ำที่ทำทางเดินเข้าไป ก็เลยมองดูอยู่ห่างๆแทน
หนาววๆๆวววๆๆ แล้ว เอาจนได้ สงสัยว่าความร้อนที่ผมสร้างตลอดการเดินขึ้นมาบนยอดเขานี้จะเริ่ม
หมดแล้ว ลำพังแค่เสื่อยืดบางๆตัวเดียวกับกางเกงยีนส์มันคงเอาไม่อยู่แล้ว ก็ว่าคนอื่นๆเค้ามองแปลกๆ
เค้าคงว่า ไอ้บ้านี่มันไม่หนาวหรือไงวะ (หนาวดิผมตอบในใจ)
หลังจากที่ชมความงามต่างๆจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็เป็นการตัดสินใจลงจากเขา เดินกลับหรือว่านั่งรถ
กลับดี ผมไม่มีข้อมูลเรื่องรถโดยสารเลย(ถ้ามีก็คงไม่เดินขึ้นมาหรอกจริงมั้ย) จะถามก็ไม่กล้า กลัว
เป็นแบบที่กลัว แต่ก็นะกลัวว่าเดินลงไปเองมันจะไม่ถึงมากกว่า ก็เลยบากหน้า + ลำตัว + ขา ขึ้นไป
ถามพนักงานขับรถซึ่งกำลังฟังเพลงจาก Ipod อยู่เป็นภาษาอังกฤษอย่างง่ายๆว่า Kusatsu Town
แล้วพนักงานขับรถก็ตอบกลับมาเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างยาวๆๆๆๆ พอจับใจความได้ว่า Kusatsu Town 55+
ไปแน่นอน ทั้งคันรถมีคนนั่งอยู่ 4 คนรวมคนขับด้วย รถค่อยๆแล่นลงมาจากบนเขาอย่างระมัดระวัง
เพราะมันชันมาก ขนาดที่ว่าถ้าใครมีสเกตบอร์ด ปล่อยลงมาจากยอดเขาสามารถลงมาถึงที่ Kusatsu
Town ได้โดยที่ไม่ต้องออกแรงไสเลยจริงๆ ตอนลงมาใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงได้มั้ง แต่ว่าตอนลงคง
จะลงเร็วเกินไปหูอื้อๆไปเลย ปัญหาตอนขึ้นไม่เท่าไร ตอนลงนี่สิจะลงยังไง จะจ่ายตังยังไง
แล้วมันเท่าไร ที่สำคัญผมเคยได้ยินมาว่ารถเมล์ญี่ปุ่นเค้าไม่มีตังทอนซะด้วย พอมาถึงที่หมายผมกะว่าจะ
แอบดูคนสองคนที่นั่งมาด้วยกัน แต่ขอโทษสองคนนั้นเค้าซื้อตั๋วมาเรียบร้อยจากสถานนีข้างล่างแล้วจ่ะ
ผมก็เลยต้องรับกรรมกับคนขับรถแทน เหอๆๆ Hom much fare ? ไม่รู้ว่าผมพูดถูกรึเปล่าแต่ที่แน่ๆคือ
เค้่าก็ขอตังที่ผมเตรียวไว้เป็นเศษเหรียญราว 1110 เยน เค้าก็ค่อยๆหยอดลงไปในช่องหรับเหรียญ
แล้วก็ขานไปด้วยประมาณว่า 500 เยน 600 เยน 700 เยน จนครบ 1100 เยน เหลือทอนคืนมาให้ผม
10 เยน 55+ กะไว้ไม่มีพลาด
ผมกำลังแย่ นี่คือาการของคนที่กำลังจะไม่สบาย เนื่องจากอากาศข้างบนกับข้างล่างมันต่างกันเกิน
ไป ความกดอากาศบวกกับความเหนื่อยล้าของร่างกายผมตลอดหลายๆวันที่สะสมมา มันแย่ขนาดใหน
น่ะหรอขนาดที่ว่าเดินไปไหนแทบไม่ไหว ตัวร้อนขนาดที่ว่าตาแทบจะลืมไม่ขึ้นเพราะความร้อนที่อยู่ในตัว
(ไม่ใช่เห็นคนเค้าจู๋จี๋กันหรอกนะ) โชคดีที่คืนนี้ผมมองหาที่นอนเอาไว้แล้ว ผมฝืนเดินกลับจากท่ารถ
Kusatsu Station ตัดผ่าน Yabutake เลยผ่านสวนที่ผมพักเมื่อคืน ที่หลังสวนนี้มี ศาลาอยู่และ
ใกล้ๆกันนั้นมีห้องน้ำอยู่ด้วยผมเลือกที่นี่เป็นที่นอนของผมคืนนี้ แต่ตอนนี้มันยังไม่ 5 โมงเลยใครมันจะ
ไปนอนลงเด่ญวมีคนผ่านมาเห็นนึกว่าศพเด๋ยวจะมีเรื่องเอา ตอนนั้นบอกเลยว่าอาการเข้าขั้นแย่มากๆๆ
ใช่แล้วถ้าเป็นไข้เพราะอากาศหนาวต้องแช่ Onsen สิ เสียงกระซิบเป็นภาษาไทยลอยเข้ามาในหู
เสียงใครวะ ผมนึกในใจ เสียงตูนี่หว่า สงสัยจะป่วยจนเพี้ยนไปแล้ว...555
คราวหน้าก็จะพาไปแช่ Onsen นะคะ
แย่เลยไปเที่ยวแต่ดันไม่สบายซะหนิ
ReplyDelete